รถบัสทัศนศึกษา

จากเหตุไฟไหม้ “รถบัส” ทัศนศึกษาวานนี้ (1 ตุลาคม 2567) ก่อให้เกิดกระแส #ยกเลิกทัศนศึกษา ขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์ จากเหตุสลดที่เกี่ยวข้องกับรถทัศนาจรหลายต่อหลายครั้งที่ดูเหมือนประเทศนี้จะไม่เคยถอดบทเรียนเลย

แต่เมื่อพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน สาเหตุหนึ่งที่สำคัญของอุบัติเหตุเหล่านั้น คือเป็นปัจจัยด้านความปลอดภัยที่ไม่รัดกุมมากพอ ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินหลายต่อหลายครั้ง elements จึงขอเปิด “กฎหมาย” มาดูกันว่า กรณีการเลือก “รถบัส” มาใช้ในการเดินทางไกลนี้ มีข้อบังคับอะไรที่ใช้กับเรื่องความปลอดภัยรถไม่ประจำทางกันบ้าง

ตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า รถโดยสารไม่ประจำทางจะต้องมีลักษณะตามที่กรมฯ รับรอง เช่น จัดผู้โดยสารเป็นสองแถว ทางเดินกว้าง ไฟส่องสว่างพร้อมใช้ เครื่องยนต์ต้องตรวจสอบแล้วพร้อมใช้ เป็นต้น ทว่าอาจยังไม่เจาะจงพอที่จะกล่าวถึงการเลือกรถมาใช้ในทัวร์ หากมีลักษณะที่ละเมิดจากข้อบังคับดังกล่าว กรมการขนส่งทางบกอาจพิจารณาถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง เปรียบเทียบปรับเงินจากผู้ประกอบการ บันทึกประวัติ และพักใช้ใบอนุญาตประกอบการขนส่งเอาไว้ก่อน

นอกจากข้อบังคับกรมการขนส่งทางบกแล้ว เอกสาร “คู่มือคัดเลือกรถโดยสารไม่ประจำทางที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย” จึงเป็นเสมือน Checklist ที่ผู้จัดทัวร์ใช้เพื่อเป็นเกณฑ์ขั้นพื้นฐานเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกรถบัส ซึ่งมีบางข้อเกี่ยวกับสภาพรถที่น่าสนใจ เช่น

  • ควรเป็นรถชั้นเดียว เนื่องจากรถสองชั้นมีข้อจำกัดในการทรงตัว และเมื่อหักเลี้ยวแบบกระชั้นชิด หรือขับขึ้นไหล่ทางชัน อาจเกิดการพลิกคว่ำได้
  • มีเข็มขัดนิรภัยที่ใช้การได้ทุกที่นั่ง
  • เบาะต้องยึดอยู่กับที่ ไม่สามารถถอดออกเพื่อเพิ่มที่นั่งได้
  • มีอุปกรณ์นิรภัยต่าง ๆ ติดตั้งบนรถ และพร้อมใช้งาน เช่น ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง
  • ต้องเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ GPS Tracking ของกรมการขนส่งทางบก

นอกเหนือจากนี้ ในการทำสัญญาจ้าง ต้องมี “ใบตรวจสภาพรถยนต์” จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเวลาที่ระบุ ไม่ควรเกิน 6 เดือน ส่วนพนักงานขับรถต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก ทั้งยังต้องมีประกันรถที่ตรงกับเลขทะเบียน โดยผู้ประกอบการรถโดยสาร “ต้อง” แจ้งสิทธิที่ผู้โดยสารต้องรู้เมื่อเกิดเหตุต่าง ๆ รวมไปถึงการชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตด้วย

ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือสภาพรถและคนขับรถในวันเดินทาง โดยจะต้องตรวจสอบรถให้พร้อมก่อนล้อหมุน ทั้งยังมีกฎการขับขี่ที่ว่า ขับ 4 ชั่วโมง ต้องพัก 30 นาที แล้วจึงขับต่อได้อีก 4 ชั่วโมง หรือหากพักไม่ได้ ต้องเปลี่ยนคนขับทันที โดยในเอกสารคู่มือดังกล่าวยังมีแนวทางการจัดทำ Checklist เฉพาะสำหรับสถานศึกษาไว้ด้วย

ขณะเดียวกัน นี่อาจถึงเวลาที่สถานศึกษาจำเป็นต้องจัดหลักสูตรอบรมทักษะการเอาตัวรอดในกรณีประสบอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัคคีภัย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในกรณีเกิดภัยต่าง ๆ ได้ ประกอบกับอาจต้องพิจารณาแนวทางการจัดทัศนศึกษาที่เหมาะสมกับช่วงวัย ปลอดภัยกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ทั้งนั้น พึงระลึกเสมอว่า ความปลอดภัยของผู้เดินทางคือสิ่งสำคัญที่สุด และจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการเดินรถต้องตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทางให้พร้อมสรรพ มิใช่เรื่องที่ “เอาไว้ก่อน” ได้

เพราะทั้งงานบุญงานทัศนศึกษา รถบัสไม่ประจำทางก็ยังเป็นตัวเลือกหลักที่ใครหลายคนนึกถึงเสมอ

อ้างอิงจาก

youtube.com

thaihealth.or.th

dlt.go.th

ผู้เขียน