กฎอัยการศึก เกาหลีใต้ ทำไมยกเลิกได้ภายใน 3 ชั่วโมง

เมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ธันวาคม 2024) ประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล แห่งเกาหลีใต้ได้ประกาศ “กฎอัยการศึก” นับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ทศวรรษที่กฎหมายนี้ถูกนำมาประกาศใช้ แต่ในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง รัฐสภาได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ว่าการประกาศใช้กฎหมายครั้งนี้ “เป็นโมฆะ”

elementsth สรุปข่าวสั้น ๆ ว่าด้วยเหตุการณ์การประกาศใช้ “กฎอัยการศึก” ในเกาหลีใต้ และปฏิกิริยาจากสังคมในรายงานนี้

สรุปเหตุการณ์

23.00 น. ของวันที่ 3 ธันวาคม 2024 ตามเวลาท้องถิ่นเกาหลีใต้ ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ได้ประกาศ กฎอัยการศึก โดยมีสาระสำคัญคือ เพื่อทำลายกองกำลังต่อต้านรัฐที่ซ่อนตัวในประเทศ และป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

ส่วนกองทัพเกาหลีใต้ได้ออกมาขานรับกฎดังกล่าว ด้วยการสั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง งดกิจกรรมการรวมตัวกัน ซึ่งรวมถึงการประชุมสภานิติบัญญัติเกาหลีใต้ด้วย โดยมีการนำกองกำลังทหารเข้าล้อมอาคารสภา เพื่อป้องกันมิให้กองกำลังดังกล่าวโจมตี

แต่ปฏิกิริยาของฟากการเมืองและประชาชนกลับสวนทาง โดยผู้นำพรรคอนุรักษนิยมของประธานาธิบดียุนเองได้ออกมาประกาศว่า นี่คือการเดินหมากที่ผิดพลาด ส่วนผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้านได้นัดหมายรวมตัวกันเพื่อโหวตคว่ำกฎอัยการศึก พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนออกมาประท้วงที่หน้าอาคารรัฐสภา

ซึ่งต่อมามีผู้ชุมนุมนับพันคน ขณะเดียวกัน ลี แจ-จุง นักกฎหมายผู้เป็นสมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า “เราต้องหยุดยั้งสิ่งเหล่านี้”

ในที่สุด สมาชิกสภาจากพรรคฝ่ายค้านก็สามารถเข้าไปยังอาคารรัฐสภาได้ผ่านการปีนรั้ว โดยมีการไลฟ์ (Live) ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ ส.ส. แต่ละคนเพื่ออัปเดตสถานการณ์ และเข้าไปลงมติ 190 เสียง (จากเสียงทั้งหมดในสภา 300 เสียง) ว่าการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุนเป็นโมฆะ

แม้จะเป็นคำสั่งของประธานาธิบดี ในตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ แต่ทั้งสองฟากฝั่งของสภาเห็นตรงกันว่า การกระทำนี้มิชอบด้วยกฎหมาย โดยหลังจากการโหวตคว่ำดังกล่าว ประธานรัฐสภาเกาหลีใต้ได้ออกมายืนยันว่า จะปกป้องประชาธิปไตยร่วมกับประชาชน

ส่วนสถานีโทรทัศน์ YTN ของเกาหลีใต้ และสำนักข่าวอื่น ๆ ได้ถ่ายทอดภาพประชาชนที่มาประท้วงหน้าอาคารรัฐสภาเพื่อต่อต้านกฎอัยการศึก มีการะปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารและผู้ชุมนุม ที่ตะโกนว่า “ยับยั้งกฎอัยการศึก”

และล่าสุด รัฐสภาเกาหลีใต้ได้เดินหน้าถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล โดยมีพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติเป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภา และกดดันให้ยุนลาออกจากตำแหน่งโดยเร็ว โดยคาดการณ์กันว่าจะอภิปรายญัตติดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ (5 ธันวาคม) และอาจลงมติในวันที่ 6 หรือ 7 ธันวาคม

การกลับมาของ “กฎอัยการศึก”

การประกาศ กฎอัยการศึก ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกาหลีใต้สถาปนาระบอบการปกครองแบบรัฐสภา และคราวก่อนหน้า คือการประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อ 44 ปีที่แล้ว 

17 พฤษภาคม 1980 ช็อน ดู-ฮวาน ได้ประกาศกฎอัยการศึกเพื่อปราบปรามขบวนการนักศึกษาประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่เมืองกวางจู หลังจากนั้น เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารกับผู้ชุมนุมและตำรวจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก 

หกเดือนก่อนหน้า เขาได้ยึดอำนาจรัฐบาลเสรีนิยมของชเว กยู-ฮา ที่เข้ามาบริหารประเทศสืบเนื่องจากการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีพัค จองฮี เมื่อเดือนตุลาคม ปี 1979

เหตุการณ์ล้อมปราบดังกล่าว เป็นที่รู้จักทั่วโลกในนาม “การก่อการกำเริบกวางจู” (Gwangju Uprising) จนกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันเกาหลีใต้สู่ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในปี 1987 และเป็นที่มาของรางวัลสิทธิมนุษยชนระดับโลก

การที่ประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล นำกฎอัยการศึกกลับมาใช้อีกครั้ง จึงเป็นเรื่องที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเป็นที่เชื่อกันว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายต่าง ๆ ที่ประธานาธิบดียุนต้องการผลักดันถูกตีตกในสภาหลายต่อหลายครั้ง ตลอดจนการถูกตัดงบประมาณที่ประธานาธิบดีไม่สามารถยับยั้ง (veto) ได้ และข้อกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์ผ่านสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งด้วย

คุณค่าประชาธิปไตยใน “เกาหลีใต้”

คำสาบานตนของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ มีวรรคหนึ่งกล่าวว่า “จะยืนหยัดรักษา เสรีภาพ และ ประชาธิปไตย ของประเทศ”

คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบอบการปกครองที่มีต่อชาวเกาหลีใต้เป็นอย่างยิ่ง โดยสืบเนื่องจากเหตุการณ์ชุมนุมที่กวางจู เกาหลีใต้ได้ปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยรัฐสภาสืบมา และหากผู้นำของพวกเขากระทำความผิด ประชาชนนี่แหละ คือผู้เรียกร้องให้สอบสวนผู้นำคนนั้นจนถึงที่สุด

กรณีการถอดถอนประธานาธิบดี พัค กึน-ฮเย เมื่อปี 2017 ถือเป็นประจักษ์พยานสำคัญอย่างหนึ่ง โดยศสาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินรับรองการถอดถอนเธอโดยรัฐสภา จากคดีเรียกรับผลประโยชน์จากบริษัทต่าง ๆ ผ่านเพื่อนสนิท ผู้เข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยไร้ตำแหน่ง

หรือแม้กระทั่งการหยิบยกเหตุการณ์สังหารหมู่ที่กวางจูขึ้นมาชำระสะสาง ค้นหาความจริงว่าใครสั่งฆ่าประชาชน โดยช็อน ดู-ฮวาน และพรรคพวกถูกตราหน้าจากประชาชนว่าเป็นผู้นำมือเปื้อนเลือด และถูกประณามอย่างรุนแรง จนในที่สุด ในปี 1996 ศาลเกาหลีใต้ได้พิพากษาประหารชีวิตช็อน ดู-ฮวาน และจำคุกผู้ร่วมตัดสินใจอย่างนายพล โน แทอู 22 ปี

การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ก็เช่นกัน ประชาชนในโซลต่างออกมาคัดค้านการบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบในคราวนี้ สะท้อนถึงคุณค่าประชาธิปไตยที่ฝังรากลึกลงในใจของชาวเกาหลีใต้

ส่วนในสื่อบันเทิง มีภาพยนตร์และซีรีส์มากมายที่เล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น May 18 หรือชื่อไทย “วันอนาถชาติเกาหลี” ที่ถือเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์บันทึกเกี่ยวกับวีรกรรมของขบวนการนักศึกษาประชาชน หรือซีรีส์ Reply 1988 ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนชีวิตของครอบครัวชนชั้นกลางชานกรุงโซลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความหวัง ความฝัน ที่แบ่งบานอีกครั้งหลังประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ในปี 1987 ล้อไปกับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของโซลในปีดังกล่าว

และหากย้อนกลับมาในประเทศซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของเหตุการณ์กวางจูอย่างประเทศไทย ก็น่าคิดว่า ทำไมวงจรประชาธิปไตยในไทยจึงได้สั้นนัก

ขอผู้อ่านได้โปรดไตร่ตรอง

อ้างอิงจาก

bbc.com 1

nytimes.com

the101.world

themomentum.co

thestandard.co

ภาพประกอบ: Reuters

ผู้เขียน