สงครามโลก

คำถามเกี่ยวกับการเกิด “สงครามโลก ครั้งที่ 3 เป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีความสำคัญในสังคมระหว่างประเทศ

การพิจารณาเรื่องนี้ไม่ได้มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตรงในปัจจุบันเท่านั้น แต่มีหลักฐานและปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อทัศนะของผู้คนเกี่ยวกับความเสี่ยงของสงครามโลก ดังนี้:

ความขัดแย้งทางภูมิภาค: ความขัดแย้งทางภูมิภาคระหว่างประเทศในยุคปัจจุบัน อาทิ การขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซีย อาจส่งผลให้ผู้คนมองเห็นความเสี่ยงของสงครามโลกในมุมมองทางภูมิภาค
ความไม่มั่นคงในการเมือง: ปัญหาทางการเมืองในหลายประเทศทั่วโลก เช่น การปฏิวัติ การรัฐประหาร และความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ อาจเป็นตัวชี้วัดที่ทำให้คนเห็นว่าสงครามโลกอาจกำลังเข้ามาใกล้
การแข่งขันทางเศรษฐกิจ : การแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้สงครามเป็นไปได้ เนื่องจากความแข่งขันทางเศรษฐกิจอาจทำให้เกิดความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรง
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี: การพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เป็นไปในอัตราเร็ว อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันในด้านทหารและเทคโนโลยีทางทหารที่อาจเป็นเหตุให้เกิดสงคราม
การขัดแย้งระหว่างสิทธิมนุษยชน: ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในหลายที่ เช่น การละเมิดสิทธิของกลุ่มชนหรือประชากรที่เป็นเผ่าพันธุ์ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความขัดแย้งและสงคราม

ความคิดเกี่ยวกับสงครามโลกโดยทั่วไปนั้นอาจถูกผลกระทบโดยปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น และอาจสร้างความเครียดและความกังวลในสังคมในระยะยาว การใช้การสื่อสารและการแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างสันติภาพเป็นสิ่งที่สำคัญในการป้องกันสงครามโลกในอนาคต อย่างไรก็ตามคำถามเกี่ยวกับการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เป็นเรื่องที่น่าสนใจและที่มีความสำคัญในปัจจุบัน การพัฒนาและการใช้งานอาวุธนิวเคลียร์มีผลกระทบที่สำคัญต่อเวทีการเมืองและการควบคุมอำนาจระหว่างประเทศ การมีการขยายของอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นเรื่องที่มีผลกระทบทั้งทางทหารและทางนโยบาย การมีอาวุธนิวเคลียร์มีความเสี่ยงที่จะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการล้มเหลวของการทำสงครามในระดับใหญ่ และอาจเป็นตัวกำหนดปัจจัยในการหยุดสงครามอย่างเฉพาะเจาะจงก็ได้ การสงครามชีวภาพก็เป็นปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดความขัดแย้งและความไม่มั่นคงในระดับสูงสุดของการสงคราม การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อทำลายล้างหรือสร้างความเสียหายในมวลมนุษย์ อาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติที่ผิดกฎหมายระดับระหว่างประเทศ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสงครามโลก

แม้ว่าการขัดแย้งนี้จะไม่ได้ถึงขั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้น แต่ก็เป็นแนวโน้มที่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศที่อาจทำให้เกิดการแข่งขันและการขัดแย้งที่มากขึ้น โดยเฉพาะในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ และเทคโนโลยีที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์เรื่องการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความน่าเชื่อถือและมีหลักฐานที่ชัดเจน

“คำ” หวาดระแวง: ทัศนคติของมนุษยชาติต่อสงคราม

ย้อนกลับไปจากที่มนุษย์เคยเชื่อว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เกิดระหว่าง ค.ศ.1914-1918 เป็นสงครามเพื่อยุติสงครามทั้งหมด แต่ในท้ายที่สุดก็ยังไม่ยุติจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดภาพจำความโหดร้ายที่แตกต่างจากสงครามโลกครั้งที่ 1 คือเกิดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในโครงการแมนฮัตตัน ที่เห็นจากภาพยนตร์เรื่อง “ออฟเพนไฮเมอร์” (Oppenheimer) ที่ออกฉายเมื่อปลาย ค.ศ. 2023 เกิดการใช้ระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ เมื่อใกล้สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีความแพร่หลายในการใช้อาวุธดังกล่าว ก่อความเสี่ยงของนิวเคลียร์ ทำให้เกิดการทำลายล้างอารยธรรมและชีวิตของโลกอย่างกว้างขวางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นประเด็นที่ส่งผลต่อคำถามในการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ร่วมกับข้อกังวลหลักอีกประการอย่างสงครามชีวภาพอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อาจจะเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือโดยไม่ได้ตั้งใจ จากการปล่อยสารทางชีวภาพ การกลายพันธุ์ของสารชีวภาพต่าง ๆ โดยไม่คาดคิด เช่นไม่กี่ปีที่ผ่านเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ช่วง ค.ศ.2019 ส่งผลวิกฤติและผลกระทบต่อโลก ทำให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดในการสร้างอาวุธชีวภาพนี้ว่ามหาอำนาจจีนเป็นผู้กระทำหรือไม่ รวมถึงการปรับตัวเข้ากับสายพันธุ์อื่นหลังการใช้สารชีวภาพต่าง ๆ มนุษย์จินตนาการการถึงเหตุการณ์วันสิ้นโลกขนานใหญ่ที่อาจจะเกิดจากเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้ในการทำลายล้าง ทำให้โลกไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทั้งหมดสืบเนื่องจากประวัติศาสตร์ความทรงจำของมนุษย์โลกตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าโลกของเผชิญสงครามเย็น สงครามต่อต้านการก่อการร้าย ขยายตัวต่อเนื่องเป็นความขัดแย้งภายในภูมิภาคต่าง ๆ ปัจจุบันมีความขัดแย้งร้ายแรงหลายประการในโลกที่สร้างความตื่นตระหนกระหว่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่อาจยืนยันได้ว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ ความขัดแย้งต่าง ๆ หลังสงครามเย็นเกิดที่ขึ้นช่วงศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นสงครามกลางเมืองในซีเรียตั้งแต่ ค.ศ. 2011 จนมาสู่การรุกรานยูเครนของรัสเซียตั้งแต่ ค.ศ.2022 ควบคู่ไปกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นล่าสุดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้โลกยังวนเวียนอยู่กับคำถามเดิมเสมอ

“สงครามโลกครั้งที่ 3” จะเกิดหรือไม่

เมื่อพิจารณาถึงคำและความหมายของ “สงครามโลกครั้งที่ 3” นิตยสารไทม์ เป็นรายแรกที่ใช้คำนี้ปรากฏสู่สาธารณะในนิตยสารฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1941 ในสิ่งที่อยู่ในเนื้อหา มีการกล่าวถึงการประชุมในฐานะของรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายเฮนรี เอ.วอลเลซ (Henry A. Wallace) ช่วง ค.ศ.1943-1944 ที่ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการปลูกเมล็ดพันธุ์ของสงครามโลกครั้งที่ 3 ทำให้ได้รับความสนใจมาก โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวทีโลก ซึ่งสร้างผลกระทบต่อการเมือง สังคม และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หลังจากสงครามเย็นสิ้นสุดลง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกาลดลง แต่เหตุการณ์ 9/11 ในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในระบบการเมืองและการปฏิบัติงานระหว่างประเทศ การจัดระเบียบโลกใหม่เกิดขึ้น ทั้งในด้านการเมือง การเศรษฐกิจ และสังคมวัฒธรรม โดยเฉพาะหลังการเกิดวินาศกรรมในเหตุการณ์ 9/11 ทำให้เกิดความเกลียดชังอิสลาม (Islamophobia) เกิดสงครามการก่อการร้าย และการก่อรูปสงครามในรูปแบบใหม่

นอกจากนี้ มีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายต่างๆ ระหว่างประเทศโดยส่วนใหญ่มุ่งไปที่การต่อต้านผู้ก่อการร้ายอย่างเด็ดขาด สหรัฐอเมริกานำบทบาทขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ (NATO) มาเป็นนโยบายการทำสงครามแบบรุกคืบทั่วโลก แม้ว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการปฏิบัติงานระหว่างประเทศอย่างมากในฐานะที่คนยังคงพูดถึงเกี่ยวกับ “สงครามโลกครั้งที่ 3” ในมุมมองทางปฏิบัติการ และการแสดงความเจ็บปวดของโลกหลังจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นต่อมา

ไฟไม่ไร้ “เชื้อ”: สงครามโลก และความเป็นไปได้

การขยายตัวของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เริ่มขึ้นใน ค.ศ. 2022 ได้เพิ่มความไม่มั่นคงในระดับโลก เป็นเหตุผลที่มีการถามว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ ซึ่งรัสเซียเป็นเจ้าของอาวุธนิวเคลียร์อันดับหนึ่งของโลก และยูเครนเคยเป็นอันดับสามก่อนที่จะยกเลิกข้อตกลงบูดาเปสต์ ค.ศ. 1994 ซึ่งเป็นการสนับสนุนการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์จากยุคสมัยสหภาพโซเวียตของเบลารุส คาซัคสถาน และยูเครน โดยส่วนมากเป็นการปฏิเสธการต่อต้านของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ทางฝ่ายรัสเซียได้กล่าวถึงการจะตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์หากสหรัฐอเมริกาและนาโต้เข้าแทรกแซงในสงคราม และคำถามเกี่ยวกับการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเป็นสงครามนิวเคลียร์ กับการตอบโต้ด้วยวิธีการเหมือนสมัยสงครามเย็นในโลกปัจจุบัน เป็นการเสริมความจงใจในการใช้สถาณการณ์ที่อันตรายและเสี่ยงต่อความมั่นคง อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะส่งผลกระทบต่อสงครามโลกครั้งที่ 3 โดยตรง แต่เกิดความไม่มั่นคงในระดับโลก การใช้การกดดันด้านทางนิวเคลียร์ของรัสเซียเป็นวิธีการสร้างความจงใจในการสร้างสถานการณ์อันอันตรายเรียกว่า บลิงค์แมนชิพ (Brinkmanship) เป็นวิธีการในการกดดันฝ่ายตรงข้ามอย่างสหรัฐอเมริกา สามารถเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในกรณีที่สงครามยืดเยื้อไปนอกจากนี้ การใช้รูปแบบการรบแบบผสม (Hybrid Warfare) อาจทำให้รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และนาโต้ รวมถึงพันธมิตรของทั้งสองฝ่ายเข้าสู่สถานการณ์ที่ไม่มั่นคง และอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก ยิ่งสงครามยืดเยื้อปัญหาก็จะมีมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญในการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา

ทั้งหมดนี้ สามารถสรุปได้ว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันมีความน่ากลัวและอันตรายไม่แพ้กันกับสงครามนิวเคลียร์ที่ถูกทำนายว่าอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต การเจรจาต่อสู้เพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์ที่สูงสุดของแต่ละประเทศอาจส่งผลให้เกิดวงจรความขัดแย้งที่ขยายตัวออกไปโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อประเทศหนึ่งมุ่งหวังที่จะขยายผลประโยชน์ของตนออกไป ซึ่งการกระทำนี้อาจเป็นอันตรายต่อประเทศอื่นๆ และเกิดปฏิกิริยาของตนเอง ตัวอย่างเช่น การขยายตัวของมหาอำนาจของรัสเซียอาจส่งผลให้มีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับสหรัฐอเมริกาและสมาชิกในนาโต้ รวมถึงสหภาพยุโรป ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดวงจรของความขัดแย้งอย่างรุนแรงขึ้น การตอบโต้กลับนี้อาจเป็นอันตรายต่อรัสเซียในรูปแบบที่อาจจับต้องไม่ได้ในทันที เช่นการถูกคว่ำบาตรในรูปแบบต่าง ๆ หรือการสร้างความเสื่อมเสียภาพลักษณ์ในระดับนานาชาติ รวมถึงประเด็นการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ในสงครามอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางนิวเคลียร์ได้ เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีนี้สามารถทำให้การวางแผนและการดำเนินงานทางทหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการสนับสนุนการตัดสินใจทางยุทธวิธี ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือสงครามที่เกิดขึ้นในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่เพียงแค่การใช้กำลังทหารเพื่อต่อสู้ แต่ยังมีสงครามไซเบอร์ที่มีผลกับระดับโลก เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ที่สามารถทำลายระบบข้อมูลข่าวสารในระดับประเทศหรือภูมิภาคได้ โดยอาจก่อให้เกิดความกังวลและความไม่มั่นคงในระดับโลก การนำเทคโนโลยีเข้ามาในสงครามยังมีผลกระทบต่อการดำเนินงานทางทหารในปัจจุบันด้วย เนื่องจากทุกประเทศมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การโจมตีทางไซเบอร์ก็สามารถนำมาใช้ในการควบคุม การเปลี่ยนแปลงระบบสั่งการ หรือการทำลายระบบเตือนภัย ซึ่งการใช้สงครามไซเบอร์ของรัสเซียใน ค.ศ. 2022 ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ โดยที่รัสเซียได้โจมตีแบบแยกส่วนเกือบ 40 ครั้ง ซึ่งทำลายไฟล์ในระบบหลายร้อยระบบอย่างถาวรในองค์กรหลายสิบแห่ง โดยมุ่งเป้าไปที่ภาคโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในยูเครน ซึ่งการใช้สงครามไซเบอร์ของรัสเซียได้เปลี่ยนสงครามให้กลายเป็นสงคราม “ลูกผสม” ขนาดใหญ่ในยูเครนที่กล่าวไปข้างต้น

ส่งท้าย

ก่อนจะถึงจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 3 การเกิดสงครามยูเครนส่งผลต่อ “อารยธรรมล่มสลาย” แก่ยุโรปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าสงครามจะยุติได้ แต่สถานการณ์จะไม่เหมือนเดิมเพราะได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางทรัพยากรของยุโรปจำนวนมากเพื่อช่วยยูเครนและต่อต้านรัสเซียถือเป็นภัยคุกครามต่อสังคมเสรีภาพ แต่อย่างไรก็ตามความต้องการยุติสงครามยังคงเป็นเป้าหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบรรลุถึงสันติผ่านการเจรจาของคู่สงคราม หากหยิบหยกกรณีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีการเดิมพันจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่เป็นผู้สนับสนุนด้านอาวุธ ถ้าระงับการส่ง รัสเซียก็คงดำเนินการบุกและยึดครองยูเครนไปได้ ทั้งนี้ตัวแปรที่สำคัญคือสหรัฐอเมริกา นโยบายของผู้นำที่เข้ามาเกี่ยวข้องระหว่างการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นหากประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาไม่ใช่โจ ไบเดน การเผชิญหน้าในสงครามยูเครนก็อาจมีการเปลี่ยนแปลง และความเป็นปัจเจกกับปัญหาที่กล่าวไปข้างต้น อาจจะต้องตระหนักถึงความก้าวหน้าต่าง ๆ ทางเทคโนโลยี ประกอบกับการนำมาประยุกต์ในสงคราม เป็นปัจจัยสนับสนุนแก่รัฐและตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ เราอาจจะต้องพัฒนาองค์ความรู้เพื่อรับมือต่อภัยคุกคามของสงครามรูปแบบใหม่ ในทุกส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนเพื่อรักษาดุลภาพระหว่างประเทศไว้ ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นจริง และอาจเป็นฝันร้ายที่ทุกคนไม่อยากให้เป็น

อ้างอิงจาก

time.com 2

nytimes.com

scmp.com

Моисеева, Мария Третья мировая война возможна? Что говорят лидерыразных стран. Главные новости в России и мире – RTVI. Retrieved 15 March 2024.
Есть риск Третьей мировой войны, Россия готовится – Зеленский.Украинская правда. Retrieved 15 March 2024
Третья мировая война 2023: будет ли и когда может начаться, сценарии ивозможные причины войны. Lenta.RU. Retrieved 15 March 2024

ผู้เขียน

  • จิราพร ร่วมพงษ์พัฒนะ

    อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซียศึกษา และการเมืองระหว่างประเทศ

    View all posts