สำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ “ฮาลาล” คงเป็นที่คุ้นเคยในรูปแบบตรารับรองอาหารและเครื่องดื่มสารพัดรูปแบบ ว่าสะอาด ปลอดภัย และถูกต้องตามหลักการของศาสนาอิสลาม
แต่สำหรับชาวมุสลิม ฮาลาล มิได้เป็นเพียงเรื่องของการบริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็น “หลักการ” ที่พวกเขาถือปฏิบัติในทุกแง่มุมของชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาตราบจนกลับคืนสู่ดินแดนของพระเจ้า
ด้วยจำนวนประชากรมุสลิมในโลกที่มีมากกว่า 24.9% เครื่องหมาย “ฮาลาล” จึงเป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญที่รับรองว่า สิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันนั้นไม่ขัดต่อหลักศาสนา อันเป็นที่เคารพสูงสุดของพวกเขา ขณะเดียวกัน ก็มิอาจปฏิเสธเลยว่า วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เราสามารถตรวจสอบ รับรองคุณภาพ ให้วิถีชีวิตเป็นไปตามหลักการได้มากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะในประเทศไทยเอง ที่เป็นทั้งดินแดนแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม และประเทศที่มีเป้าหมายเป็น “ครัวโลก” ก็ถือได้ว่า เป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล (Halal Science) มาอย่างยาวนาน ซึ่งมีทั้งองค์กรศาสนา ภาคเอกชน ตลอดจนองค์กรวิชาการได้ผสานความร่วมมือกันกว่าสองทศวรรษ
ซึ่งหนึ่งในเสาหลักวิทยาศาสตร์ฮาลาลในประเทศไทย คือ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัยที่ครบครันด้วยมาตรฐานเครื่องมือ นวัตกรรม ตลอดจนเป้าหมายในการส่งเสริมความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในวิทยาศาสตร์ฮาลาลไทยไปด้วย
และถือเป็นความท้าทายใหญ่ของ ดร. พรพิมล มะหะหมัด ผู้อำนวยการคนใหม่ของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะต้อง “ตอบโจทย์” ความต้องการในตลาดผู้บริโภคฮาลาลที่มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งในไทย และในโลก
ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล
30 ปีที่แล้ว ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลถือกำเนิดขึ้นเป็นแล็บเล็ก ๆ ในคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยพันธกิจที่ต้องการส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ฮาลาลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการบริโภคทั้งชาวมุสลิม และประชาชนโดยทั่วไป
หากสรุปง่าย ๆ “วิทยาศาสตร์ฮาลาล” (Halal Science) คือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค มาใช้ตรวจสอบ รับรอง และกำหนดมาตรฐาน “ฮาลาล” ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการดำรงชีวิตของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ตลอดจนไลฟ์สไตล์และบริการต่าง ๆ
ด้วยวิสัยทัศน์ ของ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ห้องแล็บแห่งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านฮาลาลผ่านการวิจัยและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์
เวลาผ่านไป 7 ปี ภารกิจของห้องแล็บนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ประจวบกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารให้ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” วิทยาศาสตร์ฮาลาลจึงกลายมาเป็นศาสตร์ที่แวดวงต่าง ๆ ให้ความสนใจ จนนำมาสู่การยกระดับเป็น “ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ในปี 2547
“ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา วิทยาศาสตร์ฮาลาลเริ่มต้นจากคำถามพื้นฐานว่า เราจะสร้างความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ฮาลาลได้อย่างไร ด้วยความร่วมมือของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการศาสนา และภาคอุตสาหกรรม ทำให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล สามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสร้างมาตรฐานการตรวจสอบที่เชื่อถือได้” ดร. พรพิมลเล่าให้เราฟัง
สำหรับประเทศไทยเอง ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารฮาลาลระดับโลก โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 มูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลของไทยอยู่ที่ 216,698 ล้านบาท ซึ่งเรียกได้ว่าสูงมากทีเดียว และเป็นโอกาสของผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรมอาหาร บริการ และไลฟ์สไตล์ที่จะเข้าสู่ตลาดนี้ และกลายมาเป็นภารกิจของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ
“ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลทำหน้าที่ส่งเสริม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฮาลาล พร้อมทั้งให้บริการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ และสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ครอบคลุมการคุ้มครองผู้บริโภค การสนับสนุนหน่วยงานภายนอก และการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ ด้วยเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งในและต่างประเทศ
ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลยังคงมุ่งมั่น พัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล เพื่อเสริมสร้างความสามารถของประเทศไทยให้เป็นผู้นำในด้านนี้”
ดร.พรพิมลเสริมว่า แนวโน้มของตลาดฮาลาลในระดับโลกยังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 ประชากรมุสลิมทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 2,200 ล้านคน และทำให้ความต้องการสินค้าฮาลาลจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ
นอกเหนือจากประชากรมุสลิมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแล้ว ในชั่วเวลาเพียง 20 ปี เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ในโลกก็รุดหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อาหารแห่งอนาคต และอีกมากมายที่มุ่งหวังให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
มากไปกว่านั้น ในยุคที่ผู้คนแสวงหาความเชื่อเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ การถือปฏิบัติที่เคร่งครัดก็นำมาซึ่งความสบายใจ อันตรงกับศรัทธาของศาสนิกที่แรงกล้าเช่นกัน ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลจึงผสมผสานทั้งหลักโภชนาการ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และ “ศรัทธา” ของศาสนิก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน
ดร.พรพิมลเล่าว่า ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลได้พัฒนากระบวนการตรวจสอบสารต่าง ๆ ให้แม่นยำ และตรงกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 17025 ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองห้องปฏิบัติการว่ามีความสามารถทางวิชาการที่เพียบพร้อมในทุกด้าน ก็ยิ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ฮาลาลทั้งระดับประเทศและระดับสากล
“ความสำเร็จเหล่านี้ไม่เพียงแต่ยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมฮาลาลในประเทศไทย แต่ยังตอกย้ำบทบาทของวิทยาศาสตร์ฮาลาลในฐานะเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสร้างมาตรฐานที่มั่นคงให้กับผู้บริโภคทั่วโลก”
ทว่าความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารและบริการที่เพิ่มมากขึ้น ได้กลายมาเป็นความท้าทายใหม่ของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ในทศวรรษที่ 2 นี้ จนเกิดเป็นภารกิจ 3 ด้านที่ศูนย์ต้องการผลักดันให้สำเร็จให้ได้
เรื่องแรก พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ผ่านการวิจัยและสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ฮาลาล
“เพราะบุคลากรคือรากฐานของความก้าวหน้า เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรผ่านกระบวนการ Upskill และ Reskill เพื่อเพิ่มศักยภาพวิชาชีพ พร้อมกับการวิจัยและสร้างองค์ความรู้ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม และเสริมศักยภาพของชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

นอกเหนือจากเรื่อง “คน” แล้ว ดร. พรพิมลเล่าต่อไปว่า การสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์ฮาลาลยังถือเป็นภารกิจสำคัญของศูนย์ฯ โดยเป็นนวัตกรรมที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมและชุมชน เพื่อยกระดับมาตรฐานฮาลาลไทยในเป็นผู้นำโลก และสร้างผลเชิงบวกทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม
ศูนย์ฯ ได้พัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ระบบ HAL-Q เพื่อบริหารจัดการคุณภาพในอุตสาหกรรมฮาลาล ฐานข้อมูล H-Number สำหรับการวิเคราะห์สารเคมีที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานฮาลาล และ Halal Blockchain เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบและวิเคราะห์ ศูนย์ฯ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาระบบการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฮาลาลผ่านการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย และการพัฒนาห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาลร่วมกับระบบ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผู้บริโภค นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และ ISO 9001 ซึ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล
และภารกิจที่สาม คือ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ กับกลุ่มประเทศทั้งประเทศมุสลิม และประเทศอื่น ๆ ที่มีการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และส่งเสริมมาตรฐานฮาลาลในระดับสากล
ปัจจุบัน ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลมุ่งเน้นการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ เช่น IMT-GT หรือ โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย, คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (OIC) และประเทศนอกกลุ่มคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ฮาลาลและการคุ้มครองผู้บริโภคในอนาคต
INSHAALLAH!
IN QUALITY WE TRUST.
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ถือเป็นเสาหลักของวงการฮาลาลไทย ด้วยความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งองค์กรเกี่ยวกับอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค ตลอดจนองค์กรศาสนา ไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือระหว่างประเทศ
ดังนั้น การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลของ ดร.พรพิมล มะหะหมัด จึงถือเป็นภารกิจที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ด้วยภารกิจทั้งด้านวิชาการ การบริการเพื่อสังคม รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ “วิทยาศาสตร์ฮาลาล” ให้ผู้คนเข้าใจในวงกว้างยิ่งกว่าที่เคย
ด้วยประสบการณ์ของดร.พรพิมลเอง ที่เคยรับผิดชอบงานของศูนย์ฯ ทั้งด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และด้านวิชาการ ซึ่งเป็น 2 ใน 3 ภารกิจสำคัญในทศวรรษที่ 3 ของห้องปฏิบัติการและศูนย์วิจัยแห่งนี้ ทั้งยังขยายขอบฟ้าของการสร้างองค์ความรู้สู่สังคมยิ่งขึ้นไป
ดร. พรพิมลเล่าว่า ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ฮาลาลมีบทบาทสำคัญในการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมุสลิมทั่วโลก
“ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแหล่งความเชื่อมั่นด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิทยาศาสตร์ฮาลาล ให้เป็นที่ยอมรับในทุกมิติ และจะสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคให้สนับสนุนอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนสังคมฮาลาลอย่างยั่งยืน”
“ดิฉันเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลกได้อย่างแท้จริง” ดร. พรพิมลทิ้งท้าย

