ถ้ามี “น้ำผลไม้ปั่น” ราคาเกือบครึ่งพัน คุณจะอยากลองชิมไหม?

เขาว่ากันว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องสร้างเอง” แต่เชื่อเถอะว่า การสร้างสุขภาพดีมี “เงิน” เป็นส่วนประกอบ เพราะอาหารการกิน อุปกรณ์ออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งการไปหาหมอสักครั้งยังต้องใช้เงินเลย ธุรกิจสุขภาพจึงเป็นน่านน้ำหนึ่งที่น่าสนใจ และมีผู้บริโภคต้องการอยู่เสมอ

กรณี “น้ำผลไม้ปั่น” ก็เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เนื่องจากกระแสฟีเวอร์ที่มาแรง ทั้งสีสันที่ถือแล้วดู “ติดแกลม” (มาจากคำว่า Glamorous ที่แปลว่า “มีเสน่ห์”) และคุณประโยชน์ที่มีสารอาหารมากมาย ทำให้ไม่ว่าน้ำปั่นเหล่านี้จะราคาสูงเท่าไร ก็มีคนยอมจ่ายอยู่เสมอ แต่อีกนัยหนึ่ง ก็มีคนโจมตีถึงราคาที่สูงเกินไปมากจนอาจดูเกินจริง หรือทุนนิยมกับภาพลักษณ์ “สุขภาพดี” จะไม่อาจแยกขาดจากกันได้นะ?

น้ำผลไม้ปั่น และการปั้นแบรนด์

แง่หนึ่ง ราคาที่สูงเกี่ยวข้องกับการวางตำแหน่งของแบรนด์ เชื่อมโยงกับคุณภาพของสินค้าและการวางกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างชัดเจน เช่น “Erewhon” น้ำปั่นเจ้าดังจากสหรัฐอเมริกา ที่อินฟลูเอนเซอร์และเซเลบริตี้มากมายต่างลิ้มลองและติดใจ

จริง ๆ แล้ว Erewhon เป็นซูเปอร์มาร์เกตสินค้าสุขภาพ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในซูเปอร์มาร์เกตที่ของแพงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ผ่านการใส่ใจทุกรายละเอียดของสินค้าที่จะขึ้นวางบนเชลฟ์ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่า ของที่ขายในซูเปอร์มาร์เกตเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และดีต่อสุขภาพจริง ๆ ซึ่งตรงกับเวลาการเก็บรักษา และต้นทุนของอาหารเพื่อสุขภาพที่มีต้นทุนสูง คัดเกรดหนัก แต่มีอายุสั้นด้วย รวมไปถึงการเลือกที่ตั้งในย่านเซเลบริตี้เพื่อกำหนดกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน

หรือแม้กระทั่ง Boost แบรนด์น้ำผลไม้ปั่นสัญชาติออสเตรเลียที่ปฏิวัติวิธีคิดว่าด้วยอาหารสุขภาพว่า มันควรจะ “กินง่าย” และ “อร่อย” ทำให้ธุรกิจเติบโตจนกลายเป็น “แฟรนไชส์แห่งชาติออสเตรเลีย” แถมยังขยายสาขาไปได้ทั่วโลก

แล้วสำหรับประเทศไทยเราล่ะ เราจะตามหาสุขภาพดี ราคาคุ้มค่าได้จากที่ไหนกัน ในเมื่อเราอยากกินอาหารเฮลตี้ แต่ Help me! ค่าแรงขั้นต่ำอาจทำให้ใช้ชีวิตได้ยากในประเทศนี้

ติดแกลมไม่ไหว ติดที่ค่าใช้จ่ายก่อนได้ไหม

รายงานของ Our World in Data ได้สำรวจ “ค่าอาหารสุขภาพ” ของประชากรทั่วโลกต่อเนื่องทุกปี โดยข้อมูลเมื่อปี 2022 พบว่ามีประชากรไทยที่เข้าไม่ถึงอาหารสุขภาพถึง 16.4 เปอร์เซนต์ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดที่คนไทยจะเข้าถึงอาหารสุขภาพถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยทั้งประเทศก็จริง แต่ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากไม่แพ้กัน

เช่นกรณี “อาหารคลีน” ที่มีวิธีการปรุง และวัตถุดิบแตกต่างจากการปรุงอาหารโดยทั่วไป และผสมผสานกับ “การกำหนดอาหาร” ศาสตร์ที่เชื่อมโยงเอาโภชนาการมาเข้ากับภาวะสุขภาพที่ดี ผ่านการจัดสัดส่วนของอาหารให้พอดีกับความต้องการในแต่ละมื้อ ประกอบกับนับวัน ราคาผักผลไม้ตลอดจนเนื้อสัตว์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งทำให้อาหารคลีนมีราคาพุ่งสูงขึ้น เมื่อพิจารณาถึงความคุ้มเทียบกับปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับ อาหารคลีนจึงอาจเป็นตัวเลือกที่เราอาจเมินไปได้เมื่อเทียบกับเงินในกระเป๋า

มากไปกว่านั้น ยิ่งพิจารณารายได้ ทางเลือกของอาหารก็มีจำกัดลงไปอีก เราจะเลือกกินน้ำผลไม้ปั่นในตลาดราคา 30 บาท กับน้ำผลไม้ปั่นขึ้นห้างราคาหลักร้อย ก็ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าและความพึงพอใจที่เรามี ไม่เว้นแม้กระทั่งระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของเราโดยตรง ที่ได้รับผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เพราะแม้ประเทศเราจะมีการรักษาตามสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือประกันสังคมก็ตาม แต่ “ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น” คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนเราเข้าถึงการรักษาที่ดีได้แตกต่างกันออกไป

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เอง เราจึงอาจมองได้ว่าด้วยราคาสูงลิบลิ่ว เรื่องของสุขภาพจึงห่างไกลออกไปตราบเท่าที่รายได้เรายังเอื้อมไม่ถึง แต่เรื่องสุขภาพคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การทำงานและการใช้ชีวิตมีประสิทธิภาพ แล้วปรากฏการณ์นี้ต้องการจะบอกอะไรเรากันแน่

Health is Wealth หรือ Health is Help?
เมื่อสุขภาพดีควรเป็นเรื่องของทุกคน

จริงอยู่ที่การมีสุขภาพดีถือเป็น “ความมั่งคั่ง” เมื่อประกอบเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ดูหรูหราแล้ว ก็อาจมองได้ว่า ปรากฏการณ์น้ำผลไม้ปั่นราคาสูงนี้จะยั่งยืนยาวนานไปอีกสักเท่าใดกันนะ ในเมื่อกระแสสังคม “มาไวไปไว”

กฤตินี เพิ่มทรัพย์ อาจารย์พิเศษประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ และเจ้าของเพจ “เกตุวดี Marumura” ได้ให้สัมภาษณ์กับ กรุงเทพธุรกิจไว้ว่า สิ่งที่ทำให้น้ำผลไม้ปั่นราคาสูงเป็นกระแสคือ “ความแปลกใหม่” จากราคาที่สูงและรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูด แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้ยืนระยะต่อไปได้ คือการสร้างคุณค่าและเรื่องราวของแบรนด์ให้ชัดเจน แตกต่างจากลักชูรีแบรนด์ที่เน้น “คุณค่าทางอารมณ์” มากกว่าคุณค่าด้านอื่น ๆ

ความเห็นดังกล่าวอาจทำให้เราเชื่อมโยงปรากฏการณ์น้ำปั่นฟีเวอร์นี้เข้ากับ “lipstick effect” ปรากฏการณ์ที่เข้ามาอธิบายการบริโภคสินค้าแบรนด์เนมในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำว่า แทนที่เราจะสามารถซื้อของแบรนด์เนมชิ้นใหญ่ ๆ อย่างกระเป๋า เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับ แต่เรากลับเลือกซื้อของชิ้นเล็ก ๆ อย่างลิปสติกทดแทน น้ำผลไม้ปั่นราคาสูงจึงอาจเป็นเหมือน “รางวัล” ให้กับชีวิตวัยทำงาน ว่าไหน ๆ เหนื่อยทั้งทีขอทำความดีให้สุขภาพตัวเอง แถมยังได้ประโยชน์จากความแตกต่างที่ดูติดแกลมไปด้วย เหตุนี้เอง เราจึงไม่แปลกใจที่ช็อปน้ำผลไม้จะมีวัยทำงานต่อคิวเข้าซื้ออยู่เสมอ แม้จะมีราคาสูงแค่ไหน

ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่เราพอจะเห็นได้ คือค่านิยมการใส่ใจสุขภาพกลายเป็นกระแสของสังคม การที่สินค้าสุขภาพเข้ามาอยู่ในแวดวงความสนใจของผู้คน โดยเฉพาะในด้านราคา ก็อาจทำให้เราค้นคิด ค้นคว้า และมองต่อไปได้ว่า จะมีความเป็นไปได้ไหม ที่อาหารเพื่อสุขภาพ ตลอดจนบริการทางสุขภาพที่ทันสมัย รักษาตรงจุด จะเข้าถึงคนทุกคนได้ โดยไม่ต้องติดกำแพงรายได้ที่ปัจจุบันสูงลิบลิ่วเหลือเกิน

และหวังว่าต่อไป เราจะมีสังคมที่สุขภาพดีเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ในทุกชนชั้น เพื่อยกระดับ “คุณภาพชีวิต” และสร้าง “ชีวิตคุณภาพ” ต่อไป

อ้างอิงจาก

longtungirl.com

so06.tci-thaijo.org

ourworldindata.org

thairath.co.th

bangkokbiznews.com

thematter.co

moneyandbanking.co.th

ผู้เขียน

  • เกวลิน ถนอมทอง

    นักเขียนและ NGO ที่สนใจการเมือง รัฐธรรมนูญ และวิถีของผู้คน ใฝ่ฝันถึงเมืองที่เดินดี สังคมที่เห็นหัวทุกชีวิต และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

    View all posts