“มีใครรู้สึกเหมือนเราไหมคะว่า ตัว ฐ ฐาน หล่อจัง”

“ทำไมตัวอักษรไทยถึงยึกยือน่าเกลียดขนาดนี้”

ปรากฏการณ์ ตัวอักษร โดน “วีน” หรือได้รับคำชมว่า “หน้าตาดี” ใน X (twitter) ทำให้เรานึกถึงสมัยเรียนวิชาภาษาเขมร เวลาที่อาจารย์อธิบายวิธีเขียนตัวอักษรว่าเหมือนมีผมทรงต่าง ๆ จนเราจดจำความแตกต่างของตัวอักษรแต่ละตัวได้ แม้จะเขียนคล้ายกันแค่ไหนก็ตาม

หรือแม้กระทั่ง Corporate Identity ของกรุงเทพมหานคร ที่ทำให้ผู้คนมีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ ว่าด้วยฟอนต์อัตลักษณ์ที่มีหน้าตากึ่งทางการ แต่ขณะเดียวกันก็เกิดความกังวลว่าด้วยการสื่อสารอัตลักษณ์ของเมืองออกไป

“ตัวอักษร” มีผลกับความรู้สึกของเราขนาดนั้นเลยหรือ? elements เล่าให้ฟัง

ลำดับแรก ขอปูพื้นฐานให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า ตัวอักษรในโลกนี้มีความแตกต่างกันไป บ้างก็เป็นตัวอักษรเดี่ยว ๆ ไร้สระ บ้างก็เป็นอักษรที่มีสระประกอบ (อย่างภาษาไทย) บ้างก็เป็นอักษรภาพ บ้างก็เป็นเหมือนระบบสัญลักษณ์ ระบบตัวอักษรเช่นนี้เองที่กำหนดหน้าตาของบรรดาตัวอักษรที่ใช้ให้แตกต่างกัน

หากต้องพูดถึงเรื่องนี้ เราอาจต้องกลับไปทบทวนทฤษฎีเกี่ยวกับเส้นในงานศิลปะกันสักนิด เพราะองค์ประกอบหลักที่ทำให้เรา “รู้สึก” กับตัวอักษรแตกต่างกันไป ก็เป็นเพราะลักษณะของเส้นนี่แหละ

เส้นตรง ให้ความรู้สึกหนักแน่น มั่นคง แข็งแรง

เส้นนอน ให้ความรู้สึกสงบ ราบเรียบ 

เส้นโค้ง ให้ความรู้สึกของการเคลื่อนไหว

เส้นซิกแซ็ก ให้ความรู้สึกถึงความขัดแย้ง

มากไปกว่านั้น “หัว” ซึ่งเป็นรูปร่างวงกลมกลายเป็นองค์ประกอบหลักของตัวอักษร ทำให้ตัวอักษรไทยแบ่งเป็น 2 แบบ นั่นคือ looped (ตัวอักษรมีหัว เหมาะกับการอ่าน และใช้ในชีวิตประจำวัน) และ loopless (ตัวอักษรไม่มีหัว) ซึ่งมีความแตกต่างกันตามพัฒนาการของตัวอักษรไทย นับแต่สมัยสุโขทัยจนปัจจุบัน และกลายมาเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนต่างเจเนอเรชันรู้สึกแปลกแยกกับตัวอักษรต่างกันออกไป ออกผลมาเป็นข้อถกเถียงว่าด้วยการใช้ฟอนต์มีหัวหรือไม่มีหัวในการพิมพ์เผยแพร่จริง ๆ

อีกประการหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นกับความรู้สึก “ชอบ” หรือ “ชัง” ตัวอักษรบางกลุ่ม คือระบบเขียนพยัญชนะที่มีเชิงลากลงไปใต้เส้นบรรทัด ซึ่งแตกต่างออกไปจากตัวอักษรอื่น ๆ บ้างก็ว่าวิจิตรงดงาม บ้างก็ว่าแตกต่างจนสั่นคลอนระบบการจำตัวอักษรเลยทีเดียว

ส่วนในเชิงการออกแบบอักษร การจำแนกอักษรไม่เพียงแต่จะพูดถึงการมีหัว หาง หรือเชิงเท่านั้น แต่ยังพูดถึงองค์ประกอบของตัวอักษร เช่น หลังคา ความกว้าง เช่น ฐ ร ธ จัดอยู่ในกลุ่มหลังคาซ้อน จากการเขียนที่ตวัดหลังคาด้านบนขึ้น 2 ชั้น เป็นต้น

แล้วอักษรไทยมีตั้ง 44 ตัว เสียงซ้ำ ๆ กัน มีความพยายามเปลี่ยนแปลงตัวอักษรบ้างไหม

มีสิ!

ก็เมื่ออำนาจสถิตอยู่กับ “ภาษา” การสถาปนาระบบเขียนจึงมีผลต่อความคิดอย่างมีนัยสำคัญ

หากจะให้ยกตัวอย่าง กรณีของ “อักษรขอมไทย” เป็นกรณีที่น่าสนใจ เนื่องจากระบบเสียงในภาษาเขมรและภาษาไทยแตกต่างกัน แต่เรายังคงนัย “ความศักดิ์สิทธิ์” ไว้ไม่แพ้กัน ไทยจึงรับเอาวิธีเขียนอักษรขอมมาใช้ร่วมด้วย 

หรือหากใกล้เข้ามาอีกนิด อักษรอริยกะ ที่รัชกาลที่ 4 ทรงประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการจัดพิมพ์บทสวดมนต์ต่าง ๆ ในธรรมยุติกนิกาย แต่เสื่อมความนิยมลงไปหลังจากนั้น 

และหากยกตัวอย่างให้ใกล้กว่านั้นอีก สมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามมีการงดใช้ตัวอักษรที่ออกเสียงซ้ำ ๆ กัน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สมัยนั้นเขียนว่า กะซวงสึกสาธิการ เป็นต้น แต่ก็เป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

ไม่แน่ว่า นี่อาจเป็นผลจาก “ความเคยชิน” ที่มีต่อระบบการเขียน ซึ่งส่งอิทธิพลต่อมายังระบบการพิมพ์ (เมื่อมีพิมพ์ดีดและระบบคอมพิวเตอร์) ต่อมาจนถึงปัจจุบัน

แล้วในเชิงจิตวิทยาล่ะ เขาว่าอย่างไรบ้าง?

แง่หนึ่ง ความรู้สึกของบุคคลขึ้นอยู่กับเสียงและความหมาย ซึ่งเคยได้นำเสนอไปในบทความว่าด้วย “ชื่อ” ที่เคยเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทว่านี่เป็นกรณีของตัวอักษร ซึ่งอาจต้องใช้หลักการแตกต่างออกไป

บทความเรื่อง “บุคลิกของแบบอักษรไทยบนจอแสดงผล: การบูรณาการแนวคิดของเทคโนโลยีสารสนเทศและบุคลิกแบรนด์” ของชัชพงศ์ ตั้งมณี และณัฐพล อัสสะรัตน์ ได้อ้างอิงถึงแนวคิดของ “บุคลิกแบรนด์” เพื่อใช้ศึกษารูปแบบฟอนต์ที่มีต่อความรู้สึกของผู้พบเห็น ผลปรากฏว่า ฟอนต์ตัวอักษรมีผลต่อการรับรู้แบรนด์ ใน 4 ลักษณะ คือ ความสุขุม ความเชี่ยวชาญ ระดับความจริงจัง และความนิ่งขรึม ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสื่อสารแบรนด์เท่านั้น

การมองตัวอักษรมีลักษณะคล้ายกับคน มีความหล่อ-สวยนั้น จึงจำเป็นต้องศึกษาต่อไปในอนาคตว่า เป็นผลจากลายมือ ตัวพิมพ์ หรือลักษณะของอักษรนั้น ๆ อยู่แล้ว จึงก่อให้เกิด “สุนทรียะ” ในการมองตัวอักษรหรือเปล่า

อ้างอิงจาก

https://www.jalearnmedia.com/blog/the-font-psychology

https://www.cadsondemak.com/medias/read/thai-font-loop-and-loopless

https://thaifaces.com/loops-and-latinisation

finearts.go.th 1

so01.tci-thaijo.org

ผู้เขียน

  • เกวลิน ถนอมทอง

    นักเขียนและ NGO ที่สนใจการเมือง รัฐธรรมนูญ และวิถีของผู้คน ใฝ่ฝันถึงเมืองที่เดินดี สังคมที่เห็นหัวทุกชีวิต และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

    View all posts