“รัสเซีย” กับรอยยิ้มที่หายไป

หากคุณไปพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ที่ประเทศฝรั่งเศส จักมีสตรีนางหนึ่งในรูปเขียน นามอันลือลั่นของเธอคือ โมนา ลิซ่า (Mona Lisa) ที่ส่งรอยยิ้มอันแสนพิมพ์ใจ และสร้างความฉงนฉงายอันเป็นปริศนามาให้กับคุณ … เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างแสวงหาคำตอบ

ขณะเดียวกันก็มีอีกรอยยิ้ม ที่สร้างคำถามเป็นวงกว้าง ให้กับนานาประเทศต่างต้องแสวงหาคำตอบเช่นกัน นั่นคือรอยยิ้มจากชาว “รัสเซีย” เนื่องจากเป็นสิ่งที่พบได้ยาก และมักไม่ค่อยแพร่งพรายออกมาให้เห็นในที่สาธารณะมากนัก โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติ หรือแม้แต่กับเพื่อร่วมชาติด้วยกันเอง

การไม่ยิ้มของคนรัสเซีย เป็นประเด็นที่ได้รับการสำรวจและพยายามหาเหตุผลอธิบายว่า “ทำไมคนจากประเทศนี้ถึงยิ้มยากจังนะ” เพราะโดยทั่วไปแล้วการแสดงออกผ่านรอยยิ้มคือความประทับใจแรก ที่เรามักจะมอบให้กับคนแปลกหน้า เมื่อรู้จักกันครั้งแรก หรือเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความสุภาพ และเป็นมิตร แต่สำหรับชาวหมีขาวแห่งพื้นทวีปยูเรเซีย ‘รอยยิ้ม’ มีความสลับซับซ้อนมากกว่านั้น กลายเป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดมากมายในการสื่อสารระหว่างรัสเซียกับชาวโลก โดยเฉพาะชาวยุโรปและชาวอเมริกัน

elements จะพาคุณไปแกะรอยยิ้มปริศนาในดินแดนแห่งนี้ ว่าเหตุผลกลใดจึงสงวนยิ้มไว้มิให้ใครเห็น

หรือความเชื่อและประวัติศาสตร์จะเป็นกุญแจไขปริศนานี้

หรือวงล้อประวัติศาสตร์อันขมขื่น ได้พรากรอยยิ้มไปจากใบหน้า ?

สื่อ “Russia Beyond” อธิบายข้อกังขานี้ว่า คนรัสเซียเชื่อว่า รอยยิ้มจะต้องสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีอย่างแท้จริง การจะยิ้มให้ใครไม่ใช่ยิ้มพร่ำเพรื่อ แต่รอยยิ้มเป็น “เรื่องส่วนตัว” และมักใช้เป็นภาษากายที่สื่อกันระหว่างคนที่สนิทใจด้วยกันเท่านั้น

นอกจากนี้ยังได้หยิบยกประเด็นทางประวัติศาสตร์ ที่ประชาชนรัสเซียต้องผ่านร้อนผ่านหนาว และเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมานับไม่ถ้วน นับตั้งแต่ยุคการก่อร่างสร้างอาณาจักรจนถึงยุคสหภาพโซเวียต ซึ่งตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา สามัญชนคนรัสเซียต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหนัก ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก เต็มไปด้วยความกังวล จนแสดงออกบนดวงหน้า

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้รอยยิ้มของรัสเซียจึงหายาก และแสดงออกมาเฉพาะในบริบทที่เหมาะสม สะท้อนถึงห้วงอารมณ์แห่งความสุขอย่างจริงใจเท่านั้น

นอกจากนี้ “Thairussianhub” ได้หยิบยกคำอธิบายจาก โจเซฟ สเตรนิน นักภาษาศาสตร์ชาวรัสเซีย ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเอาไว้ว่า การยิ้มของชาวรัสเซียไม่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสุภาพหรือความอ่อนน้อม ดั่งเช่นรอยยิ้มในบทสนทนาของชาวยุโรป อีกทั้งยังมองว่า เป็นการปั้นยิ้มหรือฝืนยิ้ม เพราะพวกเขาคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนคนหนึ่งจะดีใจหรือรู้สึกชื่นชอบอะไรอยู่ตลอดเวลา ไปจนถึงหากคนรัสเซียได้รอยยิ้มจากชาวต่างชาติมาโดยไม่มีสาเหตุ พวกเขาจะรู้สึกว่ามีความผิดปกติอะไรขึ้นกับตนเองหรือเปล่า คนแปลกหน้าถึงส่งยิ้มให้

เมื่อขุดลึกลงไป ยังสุภาษิตและคติพื้นบ้านของรัสเซียจะพบว่ามีคำสอนมากมายที่กล่าวถึงรอยยิ้มอย่าง

"เรื่องตลกไม่ได้นำพามาซึ่งสิ่งดี ๆ" 

หรือ

"บางครั้งเสียงหัวเราะ อาจจบลงด้วยการร้องไห้"

อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่า คนรัสเซียนั้นใช้ชีวิตไม่มีความสุข หรือเคร่งเครียด แต่พวกเขามีการแสดงออกที่แตกต่างไปจากการรับรู้ของเพื่อนร่วมโลกเท่านั้นเองทั้งหมดนี้ก็เป็นการอธิบายถึงสาเหตุที่คนรัสเซียไม่ยิ้มผ่านหน้าสื่อ เรามาสัมผัสมุมมองจากอดีตชาวโซเวียตโดยตรง ที่มีต่อรอยยิ้มของชาวต่างชาติกันบ้าง

หลังจาก “สหภาพโซเวียต” แตกในปลายปี 1991 ม่านเหล็กพังทลายลง ประกอบกับโลกได้หมุนเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ในช่วงทศวรรษ 2000s คนรัสเซียมีโอกาสพบปะกับชาวต่างชาติ และออกเดินทางไปสู่โลกกว้างมากขึ้น จนมีเรื่องเล่าว่า ชาวรัสเซียมักจะชอบมองใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ของชาวต่างชาติ เพราะพวกเขามองว่ารอยยิ้มนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่หลังจาก อาศัยอยู่ต่างถิ่นต่างแดนได้สักพักจึงพบว่ารอยยิ้มที่พบเจอนั้นไม่ได้มีความหมายอะไร บ้างมีการตำหนิชาวต่างชาติว่าไม่มีความจริงใจ

นี่อาจจะเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความ Culture Shock หน่อย ๆ จากมุมมองของคนรัสเซีย

Natalija Tancjura ชาวรัสเซีย ซึ่งเกิดและเติบโตในสมัยสภาพโซเวียต เปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวในต่างแดนเอาไว้ใน “The Chicago Maroon”  เมื่อครั้งได้มาเป็นนักศึกษาที่สหรัฐอเมริกาช่วงต้นทศวรรษ 2000s เอาไว้ว่า ตนนั้นตระหนักว่ารอยยิ้มเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดยวัฒนธรรม และการที่เธอยิ้มมากขึ้น เป็นสิ่งที่เกิดจากความคาดหวังทางสังคม จากการต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม

“ฉันมาที่สหรัฐฯ เพื่อมาเรียนต่อ สิ่งแรก ๆ ที่ฉันสังเกตเห็นเมื่อเข้ามาอยู่ที่มหาวิทยาลัยก็คือ นอกจากมีร้านอาหาร Fast Food เต็มไปหมดแล้ว  ผู้คนที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใสกันมาก คนส่วนใหญ่สุภาพ แต่ค่อนข้างจะสงวนคำพูด เวลาผ่านไปหนึ่งปีครึ่ง ฉันกลายเป็นคนยิ้มบ่อยขึ้นด้วย ฉันเข้าใจว่ารอยยิ้มเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ แต่ลึก ๆ แล้ว ฉันรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของฉันอาจเกิดจากความคาดหวังทางสังคมที่ฉันได้พบ”

“บ่อยครั้งที่ชาวตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์ชาวรัสเซียว่าเศร้าหมองและไม่เป็นมิตร เพราะพวกเราไม่ยิ้ม ฉันได้ยินมาด้วยซ้ำว่าชาวรัสเซียไม่ยิ้มเพราะ พวกเรายากลำบากมาก จนเราไม่เคยเรียนรู้ที่จะยิ้ม ในขณะเดียวกันชาวรัสเซียก็มักไม่เข้าใจว่าทำไมคนตะวันตกถึงยิ้มตลอดเวลา โดยไม่มีเหตุผล ไม่ต่างจากแมวเชสเชียร์ (Cheshire Cat – ตัวละครแมวในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง Alice’s Adventures in Wonderland) 

“ฉันเชื่อว่ารอยยิ้มนั้นถูกกำหนดโดยวัฒนธรรม ดังนั้นความแตกต่างในวัฒนธรรมจึงสร้างความสับสน ในวัฒนธรรมตะวันตก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ ฯ รอยยิ้มเป็นเครื่องบ่งชี้ความเป็นอยู่ที่ดี ชาวอเมริกันมักยิ้มเพื่อแสดงทัศนคติที่ดีต่อบุคคลหรือยิ้มในบางสถานการณ์ พวกเขายิ้ม แม้กระทั่งให้กับคนแปลกหน้า ทั้งบนถนนและบนรถบัส ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า การยิ้มเป็นวิธีทักทาย และหาวิธีที่เหมาะสมที่จะยิ้มตอบ”

“ขณะที่ในวัฒนธรรมรัสเซีย รอยยิ้มถูกนิยามว่าเป็นการหัวเราะ ชาวรัสเซียจะไม่ยิ้ม เว้นแต่จะมีเรื่องตลกเกิดขึ้น และมีเหตุผลให้ต้องหัวเราะ ความแตกต่างพื้นฐานนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก”

“แต่การบอกว่าชาวรัสเซียไม่ยิ้มเลยนั้น เป็นเรื่องที่ผิดโดยสิ้นเชิง จริง ๆ แล้วชาวรัสเซีย เป็นชนชาติที่มีอารมณ์ขัน และรักความสนุกสนาน กล่าวอย่างง่าย ๆ เลยเราจะยิ้มก็ต่อเมื่อเราเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องที่น่าขบขัน และเรามักจะหัวเราะตามไปด้วย นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมสถานการณ์ส่วนใหญ่ในชีวิต เช่น การเข้าร่วมประชุมทางธุรกิจ ซึ่งเรามองว่ามันไม่มีอารมณ์ขันแม้แต่น้อย และเมื่อไม่มีอารมณ์ขัน ฉะนั้นชาวรัสเซียก็จะนิ่งเฉย ขณะเดียวกันชาวตะวันตกก็จะรอให้พวกเราสักคนยิ้มออกมา”

“ครั้งหนึ่งฉันทำงานให้กับบริษัทจัดประชุมธุรกิจระหว่างประเทศ สัญชาติเยอรมัน-ลัตเวีย ที่เมืองริกา ประเทศลัตเวีย ซึ่งเป็นเมืองที่มีชาวรัสเซียมากถึง 45% ของประชากรทั้งหมด และที่นี่ไม่นิยมพูดภาษาอังกฤษ หน้าที่ของฉันคือ จัดการขนส่ง การแปล ประสานงานกับเจ้าหน้าที่โรงแรม”

“ทุกครั้งที่ฉันต้องพบกับแขกชาวอเมริกันที่ล็อบบี้ของโรงแรม เพื่อพาไปที่ห้องประชุม ฉันมักจะเจอกับสถานการณ์เดียวกับที่เคยเจอในสมัยเรียนที่สหรัฐ ฯ พวกเขายิ้มไม่หยุด สะท้อนให้เห็นว่า พวกเขาพร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่ในการทำข้อตกลงทางธุรกิจ แต่รอยยิ้มของชาวอเมริกันที่เต็มไปหมดทั่วโรงแรม กลับทำให้แขกคนอื่น ๆ และพนักงานโรงแรมชาวรัสเซีย เริ่มมีสีหน้าแปลก ๆ พวกเขาคิดว่า ทำไมคนเหล่านี้ถึงหัวเราะ อาจจะรู้สึกว่าตนเป็นตัวตลก หรืออาจจะสงสัยว่าลืมรูดซิปกางเกง! แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่แขกชาวอเมริกันคิด พวกเขาแค่ต้องการดูเป็นมิตร”

“สำหรับชาวรัสเซียแล้ว รอยยิ้มชาวตะวันตกมักถูกมองว่าเป็นเสียงหัวเราะ เอะอะ โวยวาย และแย่ยิ่งกว่านั้นอีก หากมีคนยิ้มเห็นฟัน คนรัสเซียจะรู้สึกแปลก ๆ เพราะในโลกของสัตว์ ฟันถือเป็นภัยคุกคาม ดังนั้นฉันคิดว่าฟันเปล่าที่เผยออกมาขณะยิ้ม เป็นส่วนหนึ่งของความกลัวที่อยู่ในระบบการรับรู้ของชาวรัสเซียว่าสิ่งนี้เป็นภัยคุกคาม

“อีกทั้งในภาษารัสเซียยังมีคำพูดที่เป็นที่นิยมมากว่า ‘ เสียงหัวเราะ (รอยยิ้ม) ที่ไม่มีเหตุผล เป็นสัญลักษณ์ของความโง่เขลา’ ตราบใดที่สุภาษิตนี้ยังฝังลึกอยู่ในหัว รอยยิ้มก็จะไม่ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวรัสเซีย”

” เราทุกคนต่างต้องการมีความสุข และน่าคบหาทั้งนั้น  พวกเราชาวรัสเซียเพียงแค่แสดงออกด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป”

อ้างอิงจาก

56thparallel.com

rbth.com

chicagomaroon.com

thairussianhub.com


ผู้เขียน

  • ดื่มวรรณกรรมต่างน้ำ ชอบจิบตัวอักษรประหนึ่งไวน์รสเลิศ คลุกเคล้าไปกับฉากและชีวิตผ่านภาพยนตร์เป็นอาจิณ มี Existentialism เป็นหยูกยาปลอบประโลมใจในยามร่วงหล่น

    View all posts