เฟื่องนคร ถนนฝรั่งรุ่นแรก และภารกิจซอสพริก

แม้จะเป็นถนนความยาวครึ่งกิโลเมตร แต่ที่จริงแล้ว “เฟื่องนคร” เป็น 1 ใน 3 ถนนแบบฝรั่งกลุ่มแรกของไทย 

ในความคุ้นเคยของเรา ถนนเส้นสั้น ๆ นี้เชื่อมระหว่างสี่กั๊กเสาชิงช้า ถึงสี่กั๊กพระยาศรี ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้เป็นทางลัดเพื่อมุ่งหน้าไปยังสี่แยกคอกวัว ออกถนนราชดำเนินกลาง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราสนใจเฟื่องนครมากขึ้น แม้จะเดินทางผ่านอยู่บ่อย ๆ ในฐานะที่ใช้ชีวิตและหลงใหลวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มานาน

จนกระทั่งวันหนึ่ง เราโทรศัพท์กับแฟน บอกว่า จะไปเดินเล่นย่านเมืองเก่ากรุงเทพฯ

“แวะซื้อซอสพริกศรีราชาให้หน่อยสิ” เขารบกวน
“ที่ไหนก็ซื้อได้รึเปล่า ร้านสะดวกซื้อก็มี” เราตอบแบบไม่คิดที่สุดเท่าที่จะไม่คิดได้

“ไม่เอา” เขาว่า “อยากกินซอสพริกศรีราชาเจ้าเดิม ที่ทำตั้งแต่ 2475 อะ”

เพื่อความชัวร์ ขอเช็กพิกัดก่อนดีกว่า

“ร้านอยู่ตรงไหนนะ”
“ตรงข้ามวัดราชบพิธ
“อ๋อออออออ”

ฉันรู้ทันที นึกอยู่ในใจว่าเกือบได้ไปศรีราชาซะแล้ว “ได้ ๆ ถ้าร้านเปิดเดี๋ยวซื้อให้จ้า”

และนี่คือบันทึกการเดินทาง One day at เฟื่องนคร ของเรา

หลังจากลัดเลาะมานาน ในที่สุดก็มาถึงแล้ว ถนนเฟื่องนคร ตรงหน้าของเราคือ “สี่กั๊กเสาชิงช้า” ปลายเส้นถนน

ที่บอกว่าเป็น “ปลาย” เพราะถนนเส้นนี้เริ่มต้นจากสี่กั๊กพระยาศรี ซึ่งอยู่ค่อนไปทางแม่น้ำเจ้าพระยามากกว่านี้ และจริง ๆ แล้วเฟื่องนครเคยมีระยะทางไกลถึงข้างวัดบวรนิเวศเลยทีเดียว แต่พอมีการตัดถนนเพิ่มเติม ถนนเส้นนี้ก็ถูกบั่นออกจนเหลือระยะทางครึ่งกิโลเมตรอย่างที่เราเคยบอกนี่แหละ

อ๋ออออ ข้างหลังคือกระทรวงมหาดไทย เคยไปหมายข่าวอยู่ทีนึง ข้างในก็ตึกสวยน้า แต่เขาไม่ได้ให้เราเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป ขอเอาภาพเก่ามาเล่าเรื่องละกัน

ส่วนตรงข้ามกระทรวง ก็จะเป็นร้านรวงต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร เพราะข้าราชการเยอะ นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นร้านขายของอื่น ๆ ซึ่งที่ตั้งทั้งหมดล้วนเป็นตึกแถวเก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4-5

เดินมาอีกหน่อยตามแนวถนนเฟื่องนคร ก็จะถึง “วัดราชบพิธ” หรือชื่อเต็มคือ “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม”

วัดนี้เป็นวัดที่รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างขึ้น โดยเป็นวัดประจำรัชกาล “ตามโบราณราชประเพณี” วัดสุดท้าย และยังเป็นวัดแห่งที่ 2 ที่มีสมเด็จพระสังฆราชมากถึง 3 พระองค์ด้วยกัน

แถมยังมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นคือ มีเจดีย์อยู่ตรงกลาง มีพระอุโบสถที่สถาปัตยกรรมภายนอกเป็นแบบไทย แต่ภายในเหมือนโบสถ์คริสต์ มีประตูประดับมุกเป็นลายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งเป็นความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ช่วงนี้วัดจะเปิดพระอุโบสถเฉพาะโอกาสสำคัญ ๆ เท่านั้น ถ้ามีโอกาสเราขอแนะนำให้มาชมกัน เพราะสวยมาก ๆ จริง ๆ

อีกส่วนของวัดราชบพิธที่น่าสนใจ คือ “สุสานหลวง” ที่บรรจุพระอัฐิและพระอังคารของเจ้านายในราชวงศ์ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีสถาปัตยกรรมหลากหลาย ทั้งเจดีย์ทรงระฆัง พระปรางค์สามยอด หรือแม้กระทั่งศิลปะตะวันตกก็มีเช่นกัน

กลับหลังหันมาอีกฟากถนน นี่คือที่ตั้งของร้านหนังสือ “สวนเงินมีมา” ที่นี่เป็นทั้งคาเฟ่ และร้านหนังสืออิสระ ที่มีทั้งหนังสือครบครันทุกประเภท ที่นี่เขาตั้งมาตั้งแต่ปี 2544

งั้นก็อายุ 23 ปี (ณ ปี 2567) เท่ากันกับเราเลยน่ะสิ!

แถมยังมีมุมสบาย ๆ ให้อ่านหนังสือ นัด hangout กับเพื่อน หรือจะมาเดตกับคนรักหรือคนคุยก็ได้
ว่าแล้วทำไมไอ้ต้าวหวานใจไม่มาด้วยนะ จะได้
มาเดทด้วยกัน ✅
ขนซอสกลับบ้านไปด้วย ✅✅✅

เดินถัดไปอีกหน่อย ในที่สุดก็เจอร้านเป้าหมายแล้ว — “หัตถกรรมมาคาร” หรือซอสพริกศรีราชาตราเหรียญทอง

สารภาพตามตรงว่าเคยมาตามหารอบนึงแล้ว แต่ร้านปิด รอบนี้เลยเป็นรอบมาแก้มือ ฉันพยายามมากนะ ส่วนที่แฟนสำทับนักสำทับหนาว่าต้องเป็นร้านนี้ เพราะเป็นรสชาติในตำนาน พิสูจน์ได้จากอายุแบรนด์ 92 ปี Loyalty ของนักชิม และเหรียญทองจากเวทีแสดงสินค้าตั้งแต่สมัยคณะราษฎร

“ขอเผ็ดมาก 2 เผ็ดน้อย 1 ค่ะ”

“แป๊บนึงนะ เผ็ดมากเพิ่งเสร็จเลย ยังไม่ได้ติดฉลาก โอเคมั้ย”

“ได้เลยค่า”

จากการสังเกตเนื้อซอส พบว่าเนื้อเค้าจะหนืดน้อยกว่าซอสพริกที่เราคุ้นเคยกัน
เพราะแม้ร้านและโรงงานจะอยู่ใจกลางเมืองเก่า แต่ตำรับก็มาจากศรีราชาดั้งเดิม
และเมื่อก่อนเขาก็เรียกซอสแบบนี้ว่า “น้ำพริก” ด้วย

ระหว่างนั้น ก็มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาซื้อซอสเป็นระยะ เผ็ดน้อยบ้าง เผ็ดมากบ้าง แล้วแต่คน
พี่เจ้าของร้านแนะนำว่า สามารถสั่งจองล่วงหน้าผ่านไลน์ได้นะ รับประกันได้ว่ามีของแน่

ไหน ๆ ภารกิจก็สำเร็จแล้ว ขอเดินเล่นต่ออีกหน่อยละกันนะ

อ๊ะ ตรงนี้มีคลองด้วยนี่นา แถมกำลังบำบัดน้ำเสียด้วย

หันขวาไปมองป้าย ก็ “คลองหลอดวัดราชบพิธ” ไงล่ะจ๊ะ

สมัยต้นกรุง คลองนี้เป็นคลองสำหรับชักน้ำเข้ามาใช้ในตัวเกาะรัตนโกสินทร์ และเคยเป็นแหล่งโคมแดงใกล้เรือนข้าราชการด้วย จนกระทั่งสร้างวัดราชบพิธ บ้านขุนนางต่าง ๆ ก็ย้ายออกไป กระจายตัวไปที่อื่น ๆ มากขึ้น

ส่วนสะพานที่เราเดินอยู่นี้ จริง ๆ ชื่อ สะพานเฉลิมพงษ์ 51 ที่มีเลขต่อท้าย เพราะสมัยก่อนถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา จะมีการสร้างสะพานข้ามคลองขึ้น อย่างสะพานนี้สร้างขึ้นตอนรัชกาลที่ 5 มีพระชนมพรรษา 51 พรรษาน่ะ

แล้วรู้ได้ไง สะพานไม่มีชื่อติดอยู่สักหน่อย อ๋อ ดูในกูเกิ้ลแมปเอา

เดินเล่นอีกสักหน่อย ตรงนี้เคยเป็นร้านขายยาฝรั่งมาก่อน ดูจากปูนปั้นด้านบนได้ เป็นรูปงูพันรอบคทาแอสคลีเพียส สัญลักษณ์แห่งการรักษาตามตำนานเทพเจ้ากรีก

อีกนิด ตรงนี้เราว่าเก๋นะ

พอสมควรแก่เวลาแล้ว ขอปิดท้ายด้วยมุมมหาชนหน่อย
เสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดยาวถ้าไม่รู้จะไปไหน ลองมาเดินเล่นกันได้ เดินทางสะดวก จะมาจาก MRT สนามไชย หรือสามยอดก็ได้ เดินมาระยะทางใกล้ ๆ กัน เมืองเก่ายังมีอะไรสนุก ๆ ให้เรา explore ได้อีกเยอะเลย

ส่วนเราขอไปหาอะไรกินก่อนนะ หิวแล้ว

อ้างอิงจาก

resource.lib.su.ac.th

readthecloud.co

themomentum.co

ผู้เขียน

  • เกวลิน ถนอมทอง

    นักเขียนและ NGO ที่สนใจการเมือง รัฐธรรมนูญ และวิถีของผู้คน ใฝ่ฝันถึงเมืองที่เดินดี สังคมที่เห็นหัวทุกชีวิต และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

    View all posts