พศวีร์ มาร์คคริส ขุนพล
เรียกได้ว่า ถ้าท่องไม่ได้ ก็ดูจะเอาท์ไปซะแล้ว เพราะนี่คือบอยแบนด์ที่มาแรงที่สุดวงหนึ่งของวงการ TPOP ปัจจุบัน อย่าง BUS – Because of You I Shine ที่มีแฟนชานท์ (Fan Chant) ชื่อสมาชิกทั้ง 12 คน จนกลายมาเป็นอาขยานแห่ง Generation ไปแล้ว
สำหรับแฟนชานท์เต็ม ๆ มีอยู่ว่า
‘พศวีร์ – มาร์คคริส – ขุนพล – ชุติวัฒน์ – คิมจินวุค
ชญานนท์ – ณัฐกิตติ์ – ภูธัชชัย – เดชาวัต – อชิรกรณ์ – จั๋งธีร์ – ภีมวสุ
บี – ยู – เอส – BUS is twelve – บี – ยู – เอส – BUS is twelve!’
ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของเหล่า “บีอัส” (BeUS) วัยประถมจนเป็นปรากฏการณ์ในแอปดำแอปแดง ล่วงขึ้นมาถึงวัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่ ทำให้ไม่ว่าพวกเขาจะไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ไหนก็จะมีเสียงแฟนชานท์นี้กระหึ่มอยู่ทุกครั้งไป
วัฒนธรรมแฟนชานท์ (Fan Chant) เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับวงการเพลงป๊อบและไอดอลเลยทีเดียว โดยปรากฏหลักฐานว่าเริ่มขึ้นจากเพลง “I Yah” ของวง H.O.T. ในปี 1996 ที่จะตะโกนชื่อเมมเบอร์ พร้อมกับสโลแกนของวง จนในภายหลัง การคิดแฟนชานท์กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของค่ายที่จะดันไอดอลของตัวเองตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว
แฟนชานท์เป็นการตะโกนขับขานเพื่อเชียร์ หรือสโลแกนตามทำนองเพลงในคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเป็นชื่อเมมเบอร์ ท่อนในเพลง การร้องตาม หรือพร้อมใจกันตะโกนสโลแกนของวงออกมา จึงไม่แปลกใจที่แต่ละด้อมจะแสดงความรัก และสมัครสมานสามัคคีกันด้วยวัฒนธรรมนี้
แล้วในสังคมไทยเรา เคย “ชานท์” อะไรกันมาบ้างนะ
7 ประจัญบาน
“จ่าดับ จำเปาะ – เหมาะ เชิงมวย – ตังกวย แซ่ลี้ – อัคคี เมฆยันต์
ดั่น มหิทธา – กล้า ตะลุมพุก – จุก เบี้ยวสกุล”
สำหรับคอหนังแอคชั่น-คอเมดี้ไทย “7 ประจัญบาน” คือหนึ่งในเรื่องคลาสสิกในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน เพราะต่อให้ไม่เคยดู ก็จะมีเสียงท่อง “ชานท์” ชื่อตัวละครให้คุ้น ๆ หูกันบ้างล่ะ เพราะภาพยนตร์นี้สร้างครั้งแรกเมื่อปี 2520 และรีเมคมาหลายครั้ง
เรื่องราวของ 7 ประจัญบาน กล่าวถึงทหารผ่านศึกที่เกษียณตัวเองจากสงครามเวียดนาม แล้วกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัว ทว่าก็มีเหตุให้ทั้ง 7 ต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เมื่อมีคนว่าจ้างให้พวกเขาไปขโมยทองจากรถบรรทุกของทหาร G.I. จึงทำให้เกิดการสู้รบย่อม ๆ ระหว่างชาวบ้านและทหารอเมริกัน และเป็นที่มาของความว้าวุ่นในหมู่บ้าน
ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ เป็นหนึ่งใน side story จากภาพยนตร์ชุด หนึ่งต่อเจ็ด ที่ออกฉายในช่วงปี 2501-2512 ผ่านตัวละคร จ่าดับ จำเปาะ ตัวเอกของเรื่อง ผู้เป็นทหารรับจ้างไปปฏิบัติการในสงครามตัวแทนต่าง ๆ ในช่วงสงครามเย็น โดย ส.อาสนจินดา ผู้เขียนบท เคยเปิดเผยว่า ตั้งใจสร้างแก๊ง 7 ประจัญบานให้มีชื่อคล้องจองกัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละครเอกทั้ง 6 ในนวนิยายเรื่อง “อกสามศอก” จากปลายปากกาของ “อรวรรณ” (เลียว ศรีเสวก) ที่มีชื่อคล้องจองเช่นกัน
กระบวนท่า “คมแฝก”
“หักปีกปักษา – นาคาพ่นไฟ – คมจักรนารายณ์ – พยัคฆ์ล้มสิงขร
สะท้านบรรพต – พญายมข่มธรณี – อัคคีสาดแสง”
สำหรับเจนวายรอยต่อเจนซีตอนต้น ละคร “คมแฝก” ทางช่อง 7 สี (ทีวีเพื่อคุณ) คงเป็นความทรงจำวัยเยาว์ของใครหลาย ๆ คน เพราะให้เดินไปโรงเรียนประถม ยังไงก็ต้องมีเพื่อนที่ท่องกระบวนท่าเหล่านี้ให้ฟัง ไม่ต่างอะไรกับชานท์ของเหล่าบีอัสเลย
กระบวนท่าเหล่านี้ เป็นท่าการใช้ “คมแฝก” อาวุธของนักเลงจากไม้เนื้อแข็งเหลาให้มีคม ที่กลายมาเป็นอาวุธสำคัญระหว่าง “แสน ราชสีห์” ตัวร้ายผู้มีอิทธิพลเหนือเมืองพล ฉากหลักของเรื่อง กับ “กัลป์ เกรียงไกร” พระเอกผู้เป็นตำรวจที่กลับมาชำระแค้นที่แสนเคยใส่ร้ายเขาจนเข้าคุกเป็น 10 ปี แถมยังพบรักกับ อัญชัน น้องสาวของแสนอีกต่างหาก
ด้วยความนิยมที่พุ่งสูงมากทั้งสองเวอร์ชัน (ช่อง 7 เมื่อ 2551 และช่อง 3 เมื่อ 2561) ทำให้เกิดภาคสองของเรื่องอย่าง “รุกฆาต” ที่แสน ราชสีห์ ยังไม่ตาย เขาฟื้นพละกำลังและอำนาจเพื่อกลับมาทวงแค้น กัลป์ เกรียงไกร อีกครั้ง
เป็นที่น่าสังเกตว่า ทั้ง 7 ประจัญบาน และ คมแฝก มีเซตติ้งเดียวกันคือช่วงสงครามเย็น ในหมู่บ้านชนบทที่ต้องป้องกันตนเอง ฝีไม้ลายมือทางการรบและศิลปะการต่อสู้จึงดูเหมือนเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นชาย สะท้อนความเป็นชาติ และคุณค่าของความเป็นสุภาพบุรุษบางอย่างที่นำไปสู่การพ้นภัย “คอมมิวนิสต์” ในขณะนั้น
วิชาลับสามดาบของ “โซโร”
“เก้าขุนเขา แปดสีทันดร หนึ่งโลกธาตุ พันจักรวาลรวมเป็นสหัสโลกธาตุ ตรีสหัสโลกธาตุรวมกันไม่มีสิ่งใดที่ตัดไม่ได้ วิชาลับสามดาบ สหัสตรี สหัสสมหาสหโลกธาตุ”
ข้ามไปที่ฝั่งแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นกันบ้าง ถ้าใครเคยเลื่อนฟีดแอปดำแล้วเจอชาเลนจ์ท่องวิชาดาบประมาณนี้ล่ะก็ คุณกำลังท่องอยู่ในจักรวาลของ “วันพีซ” (One Piece) แล้วล่ะ
วิชาลับสามดาบข้างต้นนี้ เป็นกระบวนท่าสำคัญของ “โรโรโนอา โซโร” (Roronoa Zoro) รองกัปตันแก๊งหมวกฟาง โจรสลัดที่ใฝ่ฝันจะหา “วันพีซ” เพื่อก้าวขึ้นเป็น ราชาโจรสลัด ให้ได้เลย!
โดย โซโร มีความฝันว่า อยากเป็นนักดาบอันดับหนึ่งของโลก เหตุนี้เอง เขาเลยฝึกฝนวิชาดาบมากมาย และมีท่าไม้ตายคือ วิชาลับสามดาบ ที่กลายมาเป็นชาเลนจ์นี่แหละ และในเมื่อลูฟี่ หัวหน้าแก๊งหมวกฟางเคยกล่าวไว้ว่า ยอดนักสู้ต้องตะโกนชื่อท่าไม้ตาย นี่แหละ คือชื่อวิชาดาบของรองกัปตันคนนี้ล่ะ
แต่การตะโกนชื่อ “ท่าไม้ตาย” ท่านี้แหละ ก็ทำให้เรานึกสงสัย เพราะวิชาลับสามดาบต้องคาบดาบไว้ที่ปาก แล้วโซโรจะตะโกนยังไงนะ ใครรู้ก็มาบอกกันหน่อยยยย หรือที่จริงแล้ว สิ่งที่เหนือกว่าวิชาลับสามดาบ คือการพูดชื่อวิชาเมื่อกำลังใช้อยู่กันนะ เห!!!!!
สิ่งเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของ “ชานท์” และ “ชาเลนจ์” ที่เราเคยพบเคยเจอมา ถ้าใครมีชานท์ในดวงใจ ก็มาตะโกนกู่ก้องเพื่อบอกรักเมนตัวเองกันได้น้า
อ้างอิงจาก
