นาฬิกาบอกเวลาเย็น เป็นสัญญาณให้หนุ่มสาวออฟฟิศเริ่มเก็บของและเข้าสู่ช่วงเวลาพักผ่อน บ้างกลับบ้าน บ้างไปออกกำลังกาย และหลายคนเลือกใช้เวลานี้ไปดื่มไปดริงก์กับเพื่อนร่วมงาน (หรือแม้กระทั่งหัวหน้างาน) ปล่อยใจกับเครื่องดื่ม ทิ้งภาระหน้าที่บนบ่า และสนทนาถึงเรื่องที่อยู่ในใจ
วัฒนธรรมการดื่มหลังเลิกงานเช่นนี้ไม่ได้เกิดแค่กับเรา ๆ อย่างเดียว ในซีรีส์หรืออนิเมะก็มีฉากแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเรียกวัฒนธรรมนี้ว่า “Nomikai” และกลายมาเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของคนทำงานไปแล้ว
Nomikai เป็นวัฒนธรรมที่เพื่อนร่วมงานจะไปสังสรรค์ด้วยการดื่มแอลกอฮอล์หลังเลิกงาน ในช่วงเวลานี้เอง แต่ละคนจะเปิดเผยสิ่งที่อัดอั้นในการทำงาน ทลายกำแพงความเป็นเจ้านายลูกน้องออก ซึ่ง Nomikai ไม่ได้จำกัดเพียงแต่เฉพาะการดื่มในองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการคุยงานกับลูกค้าไปด้วย
ท่ามกลางสังคมที่เน้นคุณค่าของการทำงานหนักจากชั่วโมงทำงานที่สูงกว่า 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมถึงโรค “คาโรชิ ซินโดรม” (Karōshi Syndrome) หรือการทำงานหนักจนตายที่เกิดขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมา Nomikai จีงเป็นเสมือนกลไกหนึ่งที่มนุษย์ออฟฟิศใช้เพื่อปลดปล่อยความเครียดด้วยสิ่งที่เป็นขั้วตรงข้ามสุดขีดอย่างความเมามาย ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งต้องชน เพราะชีวิตทำงานมันขมกว่าแอลกอฮอล์หลายเท่านัก
ถึงแม้ว่าการดื่มกับเพื่อนร่วมงานจะเป็นช่องทางหนึ่งของการระบายความอัดอั้นตลอดชั่วโมงทำงาน ทว่า คนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นกลับปฏิเสธวัฒนธรรมดังกล่าว เพราะนี่เป็นช่องทางหนึ่งที่หัวหน้างานจะบังคับให้ลูกน้องมาดื่มสังสรรค์ ที่ทำให้พนักงานหลายคนอาจรู้สึกไม่สบายใจ และมองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของเวลางาน รวมไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นระหว่างการดื่มนี้ด้วย
ในสังคมการทำงาน ภาวะ “Work ไร้ Balance” ที่เกิดขึ้นถูกตั้งคำถามโดยคนรุ่นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความอยู่รอดของชีวิตมนุษย์เงินเดือนท่ามกลางวิกฤตเลย์ออฟ ความเครียดจากเนื้องานที่ยังคงหนัก (คนใน) ออฟฟิศอาจไม่ใช่เซฟโซนของทุกคน วัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเพื่อพักผ่อนหย่อนใจร่วมกันในทีมก็อาจต้องเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิตที่หลากหลาย
และสำคัญกว่าสิ่งใด งานหนักไม่เคยฆ่าใคร “ไม่ใช่เรื่องจริง”
