จะเก็บและทิ้งเรื่องดีดีเอาไว้…
ลมเย็นที่หายากขึ้นทุกวันโชยมาปะทะผิว เป็นสัญญาณบอกว่าบรรยากาศการเฉลิมฉลองจะแผ่กระจายทั่วสารทิศ ถึงเวลาตั้งเป้าหมายใหม่กันอีกครั้ง
เพื่อเป็น “ปีใหม่ คนใหม่”
บ้างก็เที่ยวให้สุดในเดือนหยุดยาว บ้างก็เตรียมลิสต์ซีรีส์ไว้นอนดูข้ามปี แต่สำหรับบางคน ช่วงเวลาสุดท้ายของปีคือช่วงเวลา “เลือก” และ “โละ” ว่าสิ่งใดจะผ่านเข้ารอบสู่ปีใหม่ หรือจากไปพร้อมกับปีเก่า
Re-Mind สัปดาห์นี้จึงขอพาคุณเปิดตู้เสื้อผ้า รื้อตู้เก็บของ เพื่อเฟ้นหาวิธีเก็บและทิ้งสิ่งต่าง ๆ ให้ดีต่อใจจริง ๆ ไปด้วยกัน
สุนทรียะแห่งการ “คัด”
เคยได้ยินไหมว่า การ จัดบ้าน คือหนึ่งในวิธีทำให้จิตใจสงบ…
จริงอยู่ ที่กิจกรรมการจัดบ้าน รื้อข้าวของเพื่อเก็บและทิ้งเป็นกิจกรรมที่ใช้แรงกาย และกินเวลามหาศาล แต่มันก็บันดาลผลบวกได้เช่นกัน เพราะงานวิจัยของ Stephanie McMains และ Sabine Kastner จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันระบุว่า สิ่งของรก ๆ ทำให้ความสามารถในการโฟกัสงานลดลง สอดคล้องกับงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเดอโปล ในชิคาโก สหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า ของรกทำให้ผลิตภาพ (Productivity) ในการทำงานลดลง ทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพจิตในที่ทำงานอีกด้วย
มากไปกว่านั้น งานวิจัยเรื่อง Clutter, Chaos, and Overconsumption: The Role of Mindset in Stressful and Chaotic Food Environments ยังระบุอีกว่า ของรกกับพฤติกรรมบริโภคเกินขนาด มีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน กล่าวคือ ยิ่งครัวรก เรายิ่งซื้อของกินเข้ามามากขึ้น ยิ่งกินจุบจิบ ยิ่งมีผลต่อสุขภาพของเราไปด้วย
การคัดแยก และเลือกทิ้งสิ่งของต่าง ๆ จึงไม่เพียงแต่จะทำให้บ้านสะอาดขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยจัดระเบียบการทำงาน ไปพร้อม ๆ กับสร้างนิสัยที่ดีในการบริโภคสิ่งต่าง ๆ ไปด้วย
อีกแง่หนึ่ง บ้านหรือที่พักอาศัยไม่เพียงแต่เป็นที่ซุกหัวนอนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งสุนทรียะ ความคิดสร้างสรรค์ และการพักผ่อนแบบเต็มที่ไปด้วย จึงเป็นธรรมดาที่สิ่งของสำหรับแต่งบ้านและจัดระเบียบจะถูก “คิด” เพื่อให้บ้านสวยงามขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็สามารถจัดเก็บสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเรียบร้อย
Errolie Sermaine นักจิตบำบัดประจำสมาคมเพื่อจิตวิทยาปรึกษาและจิตบำบัดแห่งอังกฤษระบุกับ The Guardian ว่า บ้านคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยที่สุด การจัดระเบียบข้าวของภายในบ้านจึงไม่เพียงแต่ทำให้บ้านสะอาดขึ้น แต่ยังเป็นการจัดระเบียบการรับรู้ของเราที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ เนื่องจากความรกรุงรังทำให้เรารู้สึกสับสน และเกิดความเครียดได้ ส่วน Kate Ibbotson นักจิตบำบัดและนักจัดระเบียบกล่าวว่า การจัดบ้านอาจทำให้เรารู้สึกถึงเอกสิทธิ์ในการเลือกซื้อสิ่งของมากมาย แต่ก็อาจเชื่อมโยงกับความรู้สึกผิดในใจที่เรา “มีของมากเกินไป” จนใช้ไม่ทัน ใช้ไม่หมด และล้นบ้านในที่สุด
การ จัดบ้าน หรือให้ชี้ชัดกว่านั้น คือการจัดการกับ “สัมภารก” มหาศาลในบ้านจึงมีนัยถึงการจัดระเบียบใจตัวเองไปด้วย โดย Sophie Scott นักประสาทวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า การจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ อย่างการเรียงหนังสือตามสีตามไซส์ หรือยกเครื่องตู้เสื้อผ้าเป็นเหมือนการ “ให้รางวัล” กับระบบประสาท โดยทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขอย่าง “โดพามีน” (Dopamine) ทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลิน และ เสพติดความสวยของบ้านที่เพิ่งจัดไปด้วย
แล้วจะจัดของอย่างไร ให้ดีต่อใจสุด ๆ
แม้เราจะพรรณนาข้อดีของการจัดระเบียบสิ่งต่าง ๆ ในบ้านมามากมาย แต่เชื่อเถอะว่า โมเมนต์แห่งความสับสนจะเกิดขึ้นตอนที่เราหยิบของที่สาบสูญไปจากบ้านมาอย่างยาวนานขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง
คิดถึงตุ๊กตาตัวนี้เหลือเกิน…
แต่ถามว่า เราได้หยิบตุ๊กตาบ่อยครั้งไหม ก็ไม่นี่ แค่คิดถึงวัยเยาว์ที่อยู่ในตุ๊กตาตัวนี้มากกว่า แถมยิ่งเก็บไป ๆ จับอะไรก็สปาร์กจอยไปหมด แล้วจะทำยังไงให้เรา จัดบ้าน อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดได้ล่ะ
- ถามตัวเองก่อนว่า สิ่งนี้ “ยังจำเป็นอยู่ไหม”
หนังสือเรียนสมัยประถม สายชาร์จพ้นยุคพ้นสมัย … ของเหล่านี้อาจจะจัดการได้อย่างง่ายดาย เพราะไม่ได้ใช้แล้ว แต่สำหรับของบางอย่างที่เราคิดว่า “อาจจะมีประโยชน์” เช่นกระดาษโน้ตที่เปิดใช้ไปแค่นิดเดียว หรือเสื้อผ้าที่ใส่ไปแค่สองสามครั้ง แต่ดีไซน์ไม่โดนใจแล้ว
การตั้งคำถามถึง “ความจำเป็น” ของสิ่งที่เรากำลังคัดอยู่ จะทำให้เรา “คิด” ถึงความจำเป็นของสิ่งนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้เราจัดระเบียบความสำคัญ (และรวมถึง “ความสัมพันธ์”) ของสิ่งของนั้น ๆ ต่อเราได้ด้วย
ไม่เพียงแต่พื้นที่กายภาพเท่านั้นที่ต้องจัดการ แต่พื้นที่ดิจิทัลก็ไม่แพ้กัน ไฟล์ที่ไม่จำเป็น บลูทูธที่ไม่ต้องเชื่อมแล้ว สลิปที่ไม่ได้ใช้ ลองใช้ช่วงเวลาหยุดยาวเคลียร์มันสักหน่อย เพื่อจะได้พื้นที่จัดเก็บออนไลน์ที่มากขึ้น
- จัดหมวดหมู่สิ่งของ
ความระเกะระกะที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ของเรา ส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นแค่เพราะ “ของเยอะ” อย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับ “ความไม่เป็นระเบียบ” ด้วย ลองเริ่มต้นจากการจัดหมวดหมู่สิ่งของก่อน เผื่อจะทำให้การจัดบ้านครั้งนี้ง่ายขึ้น
หากยังไม่รู้ว่าจะแบ่งหมวดหมู่ยังไง เราขอนำเสนอหมวดหมู่จากวิธีจัดบ้านยอดฮิตของ “มาริเอะ คนโดะ” ให้พอเห็นตัวอย่างก่อน โดยเธอจะแบ่งสิ่งของในบ้านออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน จากคัดง่ายสู่คัดยาก คือ เสื้อผ้า หนังสือ เอกสาร ของจิปาถะ และสิ่งของที่มีคุณค่าต่อจิตใจ ตามลำดับ
การแยกประเภทแบบนี้ จะช่วยให้เราเห็นภาพคร่าว ๆ ของสิ่งต่าง ๆ ที่เราจะต้องจัดการ และทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาจัดบ้านบ่อย ๆ เพราะเรารู้ล้วว่า ของหมวดไหน อยู่ตำแหน่งใดในพื้นที่ของเรา
- สร้างนิสัยในการดูแลสิ่งของรอบตัว
ว่ากันว่า เราจะมีเวลาชื่นชมพื้นที่ที่เพิ่งจัดเพียง 20 นาทีเท่านั้น
ก็เพราะว่าการจัดบ้านหนึ่งครั้ง สิ่งต่าง ๆ จะคงอยู่ตลอดไปเสียเมื่อไหร่ ลองกำหนดวันจัดของประจำสัปดาห์ดูไหม เผื่อจะช่วยให้เราได้กลับมามองสิ่งของรอบตัวมากขึ้น
ทั้งนี้ทั้งนั้น ใคร ๆ ก็อยากมี “วิมานในฝัน” เป็นของตัวเอง แต่เพื่อความฝัน เราต้องลงแรงเหนื่อยกับมันสักนิด เพื่อที่เก็บข้าวของต่าง ๆ เสร็จ เราจะมีเวลาชื่นชมสไตล์ที่เราทำได้จริงขึ้นมา แถมยังเก็บเวลาไปกินของอร่อย ๆ ได้อีก
ส่วนของที่ไม่ผ่านเข้ารอบสู่ปีใหม่ ลองคัดแยกไว้ แล้วส่งต่อให้ผู้คนที่ต้องการ จะเป็นการส่งไปบริจาค หรือส่งไปรีไซเคิลก็ย่อมมีประโยชน์ทั้งนั้น แถมได้สร้างประโยชน์ต่อคนอื่นรับปีใหม่ ดีต่อใจสุด ๆ
ท้ายที่สุดนี้ เราอยากบอกทุกคนว่า นอกจากจะจัดระเบียบพื้นที่กายภาพ หรือพื้นที่ดิจิทัลแล้ว ลองหาเวลาสักนิดทบทวนใจตัวเอง ปีนี้มีอะไรเข้ามากระทบกับกายใจบ้าง แล้วเราจะทำยังไง ให้ 2025 เป็นปีที่สวยงามกว่าที่เคย
กำจัดขยะในหัวใจทิ้งไป เคลียร์พื้นที่รอความสดใสที่จะเข้ามากันเถอะ!
อ้างอิงจาก
