เพียงความร้อนของลมหายใจกระทบเรือนกาย ก็เร่าร้อนไปจนถึงเรือนใจ

จังหวะโลมเล้าลูบไล้เริ่มไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนเร่งเกียร์ขึ้นเขา เสียงหายใจถูกแทนที่ด้วยสำเนียงกระเส่า ของเหลวในร่างกายสูบฉีดตามจังหวะแลกเปลี่ยน…

เดี๋ยวววว! ขออนุญาตแทรกจังหวะกระชากอารมณ์ เพราะทุกขั้นตอนของการแนบชิด มี “คุณภาพชีวิต” ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมพร้อมใจ การใช้ตัวช่วย หรือแม้กระทั่งการดูแลตัวเองในเรื่องเพศ

และมีผู้คนมากมาย ที่เข้าใจเรื่องนี้แบบ “ผิด ๆ” หรือกว่าจะรู้ know-how ที่ถูกต้องก็ใช้เวลานานเหลือเกิน elementsth ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เชื่อในคุณภาพชีวิตทุกด้าน เลยใช้คอลัมน์นี้พูดคุยเรื่องเหมือนจะลับที่ทุกคนพบเจอกันสักนิดสักหน่อย

ปัจจุบัน Sexual Wellness หรือ “สุขภาวะทางเพศ” เป็นสิ่งที่ผู้คนมองหามากขึ้น ไม่ว่าจะเดบิวต์ (คือมีกิจกรรมทางเพศ) แล้วหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากความใส่ใจที่เรามีต่อระบบอวัยวะสืบพันธุ์ก็สำคัญไม่แพ้การดูแลระบบร่างกายและจิตใจ เพราะโรคภัยต่าง ๆ จากระบบนี้ส่งผลต่อชีวิตประจำวันไม่น้อย และซับซ้อนไปกว่าเรื่องของร่างกายและฮอร์โมน

แล้วสุขภาวะทางเพศ เป็นสิ่งเดียวกับ สุขภาพทางเพศ (Sexual Health) หรือเปล่า

คำตอบคือ ไม่ใช่ 

โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้นิยามคำว่า “สุขภาพทางเพศ” ไว้ว่า เป็นการเรียนรู้และการดูแลอันเนื่องมาจากเพศสภาวะของมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่อง “พื้นฐาน” ต่อสุขภาพมวลรวม และคุณภาพชีวิตของทั้งปัจเจก ครอบครัว และสังคมเลยทีเดียว 

ส่วนสุขภาวะทางเพศ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น “ต่อเนื่อง” หรือเป็นผลกระทบจากสุขภาพทางเพศอีกทีหนึ่ง อันหมายถึงทั้งการมีความรู้ การดูแล และพึงพอใจในเรื่องเพศ เริ่มต้นตั้งแต่การรู้จักตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ การรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์และการป้องกันที่เหมาะสมกับความต้องการของตน การสร้างบทสนทนาที่ปลอดภัยในเรื่องนี้ ไปจนถึงเวลาดำเนินการจริงที่ก่อให้เกิดความสุข ความสบายใจ และความปลอดภัยต่อสุขภาพกายและจิต

ซึ่งงานวิจัยเรื่อง What is Sexual Wellbeing and Why it ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet ระบุว่า ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง “สุขภาพ” และ “สุขภาวะ” ทางเพศนั้น ได้สร้างความกำกวมในเชิงนโยบาย รวมถึงปิดบังการสร้างมโนคติเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศในเชิงสาธารณสุขด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นในการร่างนโยบายแทบจะทั่วโลกจึงเป็นการชูความสำคัญของสุขภาพทางเพศเป็นหลัก และปล่อยให้เรื่องสุขภาวะจมดิ่งลงไป

ช่องว่างนี้เอง ที่ก่อให้เกิด “บทสนทนาเรื่องเพศ” ในโซเชียลมีเดีย เพื่อทลายทั้งความเข้าใจ (ที่บางครั้งเลยเถิดไปถึงความเชื่อ) แบบผิด ๆ สร้างความเข้าใจใหม่ และทำให้แต่ละคนสามารถหาจุดที่พึงพอใจและไม่พึงปรารถนาในเรื่องนี้ได้ 

และช่องว่างนี้เอง ที่ทำให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากมาย ทั้งในเชิงอุปกรณ์ บริการ แอปพลิเคชัน ไปจนถึงการท่องเที่ยวทีเดียว

เริ่มต้นตั้งแต่แอปพลิเคชันบันทึกการมีประจำเดือน คำนวณวันปลอดภัยและวันไข่ตกสำหรับการวางแผนครอบครัว (ซึ่งมีมากมายให้เลือกสรร และปัจจุบันก็มีฟังก์ชันนี้ติดสมาร์ตโฟนแล้ว) สารหล่อลื่นหลากชนิดที่ช่วยปรุงรสกิจกรรมให้ลื่นไหลขึ้นกว่าเดิม คอร์สเพื่อบำบัดเยียวยา ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ เป็นที่คาดการณ์กันว่า จะมีมูลค่าในตลาดทั่วโลกสูงถึง 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2030

มากไปกว่านั้น ยังมีวงการอื่น ๆ มากมายที่โอบรับธุรกิจเพื่อสุขภาวะทางเพศ เช่น วงการการท่องเที่ยว ที่หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 International Sex Party Scene หรือปาร์ตี้กิจกรรมซึ่งเกิดจากความยินยอมของผู้เข้าร่วมนั้น กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในยุโรป ทั้งคู่รักที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ หรือคนโสดที่ต้องการค้นหาประสบการณ์เพื่อค้นพบความชอบของตัวเอง ในพื้นที่ที่ต่างวัฒนธรรม ต่างการแสดงออก ซึ่งมีบริการอย่างเปิดกว้างและหลากหลาย โดยผู้ให้บริการทัวร์บางเจ้ามีสถิติผู้เข้าร่วมทริปเปิดประสบการณ์นี้กว่า 2,000 คน

แต่ท่ามกลางความหลากหลายของธุรกิจและบทสนทนาว่าด้วยเรื่องเพศ ก็มีด้านลบที่เป็นที่น่ากังวลไม่น้อย เพราะในหลายประเทศ การพูดถึง หรือมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องเพศเป็นเรื่องผิดกฎหมาย มีโทษตั้งแต่ปรับไปจนถึงจำคุก ขัดต่อความเชื่อ หรือแม้กระทั่งขัดต่อระบบ “ศีลธรรมอันดี” อันเป็น “กลไก” สำคัญของสังคม

แน่นอนว่า เรื่องเพศคือหนึ่งในเรื่องต้องห้ามทางสังคม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าสิ่งที่อยู่ในวงสนทนาเพื่อสุขภาวะทางเพศเป็น Too much Information เป็นเรื่องที่ควรคุยกับคู่เพียงสองคน ไม่ควรนำมาเปิดเผยในที่แจ้งแม้จะเป็น anonymous ที่ป้องกันข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง หรือการซื้อขายอุปกรณ์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วเราจะทำอย่างไร ให้มีสุขภาวะที่ดีทางเพศได้บ้าง

  • รู้จัก “ตัวเอง” รู้ “ความต้องการ” ของตัวเอง

เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต เหมือนกับเรารู้ว่าชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร แพ้อะไรบ้าง งานอดิเรกของเราคืออะไร สิ่งสำคัญคือ ค่อย ๆ เรียนรู้ร่างกายและจิตใจตัวเอง ซึ่งนี่รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างถูกสุขลักษณะ การป้องกัน และการเรียนรู้ความชอบของตัวเอง หากสิ่งใดทำให้ไม่สบายใจ อย่าลังเลที่จะ say no เพราะนั่นคือการเคารพตัวเองที่พอจะบอกได้ว่า เราไม่ชอบ รับไม่ได้ หรือ “ไม่ต้องการ” สิ่งนี้แล้ว 

  • มี “ทัศนคติเชิงบวก” ต่อตัวเอง และเรื่องเพศ

“ช่วยตัวเองผิดไหม” “คิดเรื่องเพศบ่อย บาปหรือเปล่า” อย่างที่เราบอกไปตอนต้น เมื่อรู้จักความต้องการของตัวเองแล้ว ขั้นต่อไปคือ การโอบรับความต้องการของตัวเอง ด้วยทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง เพราะสุขภาวะทางเพศที่ดี จะช่วยให้เราสามารถรักตัวเองได้มากขึ้น เสริมสร้างจิตใจที่ดีขึ้น 

หากรู้สึกว่า สิ่งที่ค้นหาอยู่ หรือกำลังกระทำอยู่อาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อตัวเรา ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกที่ดีต่อสุขภาพกายและจิตจริง ๆ

  • มี “ความยินยอม” ในทุกฝ่าย

ในยุคสมัยที่ “ความยินยอมพร้อมใจ” (Consent) เป็นเรื่องสำคัญ การพูดคุยกับผู้ร่วมกิจกรรมถึงขอบเขต อะไรที่ยินยอม และไม่ยินยอมคือสิ่งจำเป็น เนื่องจากการล่วงละเมิดทางเพศ หรือแม้กระทั่งพลวัตเชิงอำนาจ (power dynamics) ที่ไม่เท่าเทียมในเรื่องนี้ ก่อให้เกิดสุขภาวะทางเพศที่ไม่ดีทั้งสิ้น และอาจเป็นแผลกายแผลใจที่ติดอยู่ในความทรงจำของเราไปในที่สุด ทั้งนี้ รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่แง่หนึ่ง ก็อาจปรุงรสชาติให้จัดจ้านขึ้น แต่หากไร้ซึ่งความยินยอม ความจัดจ้านนั้นก็ก้าวข้ามเส้นแบ่งไปเป็น “การละเมิด” ที่เกิดขึ้น แม้จะมีสถานะสมรสตามกฎหมายแล้วก็ตาม

จริงอยู่ ที่โลกนี้มีเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นจากเรื่องนี้มากมาย เรื่องเพศในสังคมจึงไม่ควรจะเป็น taboo หรือเรื่องต้องห้าม แต่เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ ส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ดี และโอบรับความหลากหลายตราบเท่าที่นั่นยังไม่ไปละเมิดสิทธิ เสรีภาพเหนือ “เนื้อตัวร่างกาย” หรือแม้กระทั่ง “จิตใจ” ของใคร

สุดท้ายนี้ พวกเรา elementsth สนับสนุนให้มี “พื้นที่ปลอดภัย” ในการพูดคุยเรื่อง “เพศ” ทั้งในโลกจริง และโลกโซเชียลมีเดีย เพราะปัญหาอาชญากรรมทางเพศที่เกิดจากคนที่รัก คนที่ใกล้ชิดก็มีให้เห็นอยู่เนือง ๆ อันเกิดมาจากโครงสร้างเชิงอำนาจ ความไม่รู้ ไม่เข้าใจในร่างกายของตน หรือการปราศจากความยินยอมพร้อมใจ

มันคงจะดีกว่า ถ้าเราได้เห็นสังคมที่ทำให้คนรักตัวเองได้ในทุกมิติ และพร้อมส่งต่อความคิด ความเชื่อที่ถูกต้องในเรื่องพื้นฐานของชีวิต บนความเคารพซึ่งกันและกันในฐานะเพื่อนมนุษย์

สถาบันครอบครัวหรือคนรักอาจไม่ใช่ safe zone สำหรับทุกคน
แต่อย่างน้อยที่สุด สังคมก็มีส่วนที่จะสร้าง Sexual Wellness และ “ความสัมพันธ์ที่ดี”

ที่เริ่มต้นจาก “ตัวเอง”

อ้างอิงจาก

nytimes.com

who.int

cosmopolitan.com

thelancet.com

ผู้เขียน