นึกถึง “ฟุตบาท” “ทางเท้า” หรือ “บาทวิถี” สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงคือ ความระมัดระวัง
ด้วยความเป็นฟุตบาทอัศจรรย์ เหลื่อมกันจนท้าทายการทรงตัว ราวกับเล่นเกม minesweeper ที่ไม่รู้ว่ากับระเบิดจะอยู่ตรงไหนของ (ใต้) ฟุตบาท ยังไม่รวมถึงสิ่งป๊อบอัปอย่างมอเตอร์ไซค์บนทางเท้า (ซึ่งผิดกฎหมาย)
แล้วพอจะมีทางไหนบ้างไหม ที่จะทำให้การเดินบนฟุตบาทสร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่เคย
คำตอบคือ มี (นาน) แล้วจ้า นั่นก็คือ Pavegen ฟุตบาทเรียบ ๆ ที่แปรเปลี่ยนแรงเหยียบจากการเดิน สู่พลังงานสะอาดที่ใช้ได้จริง
จุดเริ่มต้นของ Pavegen เกิดขึ้นเมื่อปี 2009 เมื่อ ลอเรนซ์ เคมบัลล์-คุก (Laurence Kemball-Cook) ได้ทดลองประดิษฐ์แผ่นฟุตบาทตัวต้นแบบที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้
เนื่องจากลอเรนซ์สนใจปัญหา Climate Change ที่ในขณะนั้นเราอาจรู้จักในนาม “ภาวะโลกร้อน” ว่าจะทำอย่างไร ให้เราสามารถผลิตพลังงานทดแทนโดยไม่ต้องการเกิดการสันดาปเพิ่มขึ้นอีก จนกระทั่งพบว่า แรงกดจากการเดิน ซึ่งเป็นพลังงานจลน์อาจทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าได้ เขาจึงทดลองทำตัวต้นแบบกว่า 750 ครั้ง จนสำเร็จ ในขณะที่ยังเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยลัฟบะระ (Loughborough University) ที่ประเทศอังกฤษ ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจทางรถไฟแห่งหนึ่งของโลก และมีสถานีรถไฟที่ขวักไขว่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง สถานีรถไฟวิกตอเรีย
ซึ่งกลไกของ Pavegen ประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากแม่เหล็กไฟฟ้า แผ่นฟุตบาทจากวัสดุผสมที่มาจากการรีไซเคิล และ “ผู้คน” ที่สัญจรไปมา
เมื่อมีแรงเหยียบจากการเดินเกิดขึ้น แผ่นฟุตบาทจะเคลื่อนไปมาระหว่าง 5-10 มิลลิเมตร เพื่อกระตุ้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่อยู่ด้านล่าง ให้สร้างพลังงานสะอาดที่ประมาณ 5 วัตต์ ต่อก้าว หรือคิดเป็นกำลังคือ 2-4 จูล
จากนั้น พลังงานที่ผลิตได้จะนำมาใช้ในองค์ประกอบต่าง ๆ ของเมือง อย่างไฟส่องสว่าง LED ระบบส่งน้ำของสวนแนวตั้งแบบ Living Wall หรือแม้กระทั่ง Smart Street Furniture อย่าง ม้านั่งรถเมล์พร้อมที่ชาร์จแบต เป็นต้น
ความ “จีเนียส” ของเจ้า Pavegen นี้เอง ได้ทำให้ฟุตบาทอัจฉริยะนี้ได้เฉิดฉายในการสร้าง Brand Experiences ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และให้ผลเชิงธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น H&M สาขา Oxford Circus ที่นำฟุตบาทนี้ไปติดตั้งเพื่อเก็บดาต้าลูกค้าที่เข้าชมร้าน หรือ Adidas Dubai ที่ใช้ฟุตบาทนี้ร่วมกับ Interactive Game ด้วย
มากไปกว่านั้น ฟุตบาทอัจฉริยะนี้ยังได้เข้าไปเป็นส่วนร่วมของ Smart City หลาย ๆ แห่งในโลก อย่างล่าสุด รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ได้นำฟุตบาทนี้ไปใช้ที่ใจกลางของสถานีรถไฟกลางของรัฐ เพื่อนำไปสู่การสร้างพลังงานอย่างยั่งยืน และเพิ่มพูนประสบการณ์ร่วมที่ผู้คนมีต่อเมืองไปด้วย หรือการวางผังเมืองใหม่ของลอนดอน สหราชอาณาจักร บ้านเกิดของ Pavegen เอง ที่ New London Architecture Think Tank ว่าด้วยผังเมืองและการพัฒนาได้นำฟุตบาทอัจฉริยะนี้ไปสร้างบทสนทนากับเหล่าลอนดอนเนอร์ว่า ยิ่งเมืองเดินได้เดินดี ยิ่งทำให้เมืองยั่งยืนขึ้นกว่าที่เคยจริงหรือเปล่า
ซึ่งเรื่องนี้ สอดคล้องกับอีกหนึ่งพันธกิจของบริษัทนี้ ที่ต้องการเก็บดาต้าเรื่องการเดินกับเมืองเพื่อต่อยอดต่อไปในอนาคต ด้วยความเชื่อที่ว่า ยิ่งทำให้เมืองน่าเดิน สุขภาพของผู้คนก็ยิ่งดี และยิ่งมีพลังงานสะอาดใช้มากขึ้นด้วย เหตุนี้เอง ที่ทำให้สนามบิน สถานีรถไฟ หรือองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก เลือกใช้ Pavegen ประกอบในสถานที่ของตนเอง
ซึ่งในไทยเอง ก็นำเจ้าฟุตบาทอัจฉริยะนี้มาใช้ที่ True Digital Park 101 แล้วเช่นกัน
และเราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเราทำให้เมืองเดินได้เดินดี เราจะมีอะไรให้ “เอ๊ะ” จนสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามาแก้ไข Pain Point ของโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน
อ้างอิงจาก
